้ารองฟื้นแล้วค่อยตัดสินใจ” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าว
ฝ่ายจางซานสุ่ยก็พยักหน้ารับ พี่สาวของตนไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว เดิมทีเขากำลังทำงานอยู่ในที่ดิน ครั้นกลับมาก็ได้ยินว่าเกิดเรื่อง จึงวิ่งมาที่นี่ตลอดทางโดยไม่คิดชีวิต จนเกือบจะเข้าประตูเมืองไม่ได้ เขาขอร้องผู้คุมประตูอยู่นาน อีกฝ่ายถึงจะปล่อยเขาเข้ามา
“ทว่าตอนนี้ประตูเมืองปิดแล้ว พวกเราออกไปไม่ได้เช่นกัน”
ไป๋จื่อเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว นางถือล่วมยาของตนเดินออกไป “ไม่เป็นไร ข้ารู้จักกับผู้คุมประตูเมือง แค่บอกกล่าวสักคำก็ใช้ได้ เขาจะให้พวกเราออกไปเจ้าค่ะ”
มีครั้งหนึ่งที่พวกนางปิดร้านช้า พวกผู้คุมประตูเมืองขวางพวกนางไว้ ตอนนั้นนางมอบเหรียญเงินให้พวกเขาเล็กน้อย ต่อมามีครั้งหนึ่งที่นางกับเถ้าแก่เฉินออกจากเมืองไปพร้อมกัน เหล่าผู้คุมประตูเมืองพบพวกเขาเข้าพอดี คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าหัวหมู่ผู้คุมประตูเมืองจะเป็นญาติคนหนึ่งของเถ้าแก่เฉิน จากนั้นนางถึงได้รู้จักเขา ตอนนั้นเขากล่าวว่าหากนางจะออกจากเมือง ไม่ว่าจะเป็นเวลาใดล้วนได้ทั้งสิ้น แค่บอกกล่าวเขาคำเดียวเท่านั้น
ถึงอย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นเมืองเล็กๆ บริเวณชายแดน การจัดการจึงไม่นับว่าเข้มงวดมาก ไม่เหมือนกับเมืองหลวง