าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที รีบกล่าวว่า “ไปๆๆ พาข้าเข้าวังไปเดี๋ยวนี้”
…
ตงฟางมู่รีบไปที่ห้องทรงอักษร พ่อบ้านซุนของจวนจิ้นอ๋องก็อยู่ที่นี่ด้วย กำลังส่งกล่องกำมะหยี่สีดำให้ฮ่องเต้
ครั้นฮ่องเต้เห็นตงฟางมู่รีบเร่งเข้าตำหนักมา พระองค์ก็กวักมือเรียกเขาทันที
ฝ่ายตงฟางมู่เองก็ไม่เกรงใจ ตรงไปยังที่ประทับมังกรของฮ่องเต้ เห็นพระองค์เปิดกล่องกำมะหยี่สีดำใบนั้น ข้างในมีพู่หยกชิ้นหนึ่ง เป็นพู่หยกที่เขามอบให้ฮ่องเต้ด้วยตนเองในปีนั้น
“ของจิ้นอ๋องหรือพ่ะย่ะค่ะ” ตงฟางมู่ถาม
ฮ่องเต้พยักหน้า แล้วนำกล่องกำมะหยี่สีแดงอีกใบหนึ่งออกมา พระองค์เปิดมันออก เผยให้เห็นพู่หยกที่มีรูปแบบใกล้เคียงกันชิ้นหนึ่ง
ตงฟางมู่ถือพู่หยกสองชิ้นไว้ในมือ พลางสังเกตดูอย่างละเอียด ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกหวั่นใจ “ถูกต้อง ไม่ผิดแน่ นี่คือพู่หยกของเด็กอาภัพผู้นั้น มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าเผยชิงหานฝังไปพร้อมกับร่างของเด็กแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ผิดปกติที่ตรงนี้แหละ หากฝังไปพร้อมกับร่างของเด็กจริง ของสิ่งนี้ไม่มีทางมาอยู่ที่นี่ได้” ฮ่องเต้ตรัส
สกุลเผยเป็นครอบครัวที่มีชื่อเสียงเลื่องลือ สืบทอดตำแหน่งโหวมาเนิ่นนาน จนส่งต่อมาถึงรุ่นของ