จากนั้นฮ่องเต้ก็เอ่ยกับขันทีเฒ่าว่า “เจ้าส่งคนไปเชิญตงฟางมู่ บอกว่าข้ามีเรื่องอยากพบเขา ส่วนเรื่องเกี่ยวกับพู่หยกนี้ เจ้าอย่าเพิ่งกระโตกกระตากไปล่ะ”
…
จวนชางหยวนโหว
ตงฟางมู่นั่งอยู่เบื้องหน้าเตียงของสตรี มองหมอหลวงตรวจร่างกายนาง ขณะเดียวกันก็รีบถามว่า “ดีขึ้นบ้างหรือไม่”
หมอหลวงส่ายหน้า “เป็นดังเก่าขอรับ แย่ลงเรื่อยๆ ท่านตงฟาง ท่านต้องเตรียมใจไว้บ้างแล้วนะขอรับ”
“เตรียมใจ? เตรียมอะไร ให้ข้าเตรียมอะไรรึ คนคนหนึ่งนอนอยู่ตรงนี้ เจ้าเป็นหมอ ไม่ใช่ว่าควรรักษานางให้หายหรือไร” ตงฟางมู่โมโห
เขาอ่อนไหวกับเรื่องของนางอย่างมาก แต่ที่มากกว่านั้นคือความเจ็บปวดใจ
หมอหลวงถอนใจเสียงหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรมากอีก หลังจากเขียนใบสั่งยาแล้วก็จากไป
ตงฟางหว่านเอ๋อร์ที่อยู่บนเตียงพิงหัวเตียงอย่างอ่อนล้า พลางยิ้มขื่นให้ตงฟางมู่ “ท่านพ่อ ท่านกำลังทำอะไร ที่ข้าป่วยก็ไม่ใช่ความผิดของหมอหลวง ท่านจะไปกล่าวโทษเขาได้อย่างไรกัน”
โทสะของตงฟางมู่ยังไม่หายไป “ไม่โทษเขาแล้วจะโทษใครได้ เจ้าป่วยมาตั้งนานเท่าไรแล้ว เขาเป็นมือดีแห่งสำนักหมอหลวง แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง บอกเพียงว่าเป็นโรคที่เกิดขึ้นฉับพลันในปีนั้น แต่ข