งอยู่ที่เดิม มันไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยสักนิด ภาพนี้ทำให้นางโมโหไม่น้อย ทว่าก็ได้แต่ถลึงตามองประตูที่ปิดสนิทอย่างดุดัน แล้วหยิบผ้าผืนนั้นหมุนกายกลับห้องของตนเองไป
จางซื่อกล่าวกับเจ้ารองที่เหม่อลอยอยู่บนเตียง “ตอนเย็นห้ามนำข้าวไปให้พวกเขากินอีก หากเจ้ากล้าทำเช่นนั้น พวกเราต้องอยู่ไม่รอดแน่”
ไม่รู้ว่าเจ้ารองกำลังเหม่ออะไรอยู่ จางซื่อจึงเข้าไปใกล้ๆ เขาด้วยสีหน้ามึนงง “เจ้าเป็นอะไรไป ใครยั่วโมโหเจ้าหรือ”
เมื่อจางซื่อพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เจ้ารองก็รู้สึกโมโหอยู่ในใจเช่นกัน อย่าเพิ่งพูดถึงงานในที่นาเลย เพราะนั่นเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว แต่ตอนนี้พวกเขาไม่เกี่ยวข้องกับบ้านใหญ่แล้ว จะมาหวังให้พวกเขาหาข้าวให้กินไม่ได้ ซูเหมยหวังดีให้งานพวกเขาทำ ให้พวกเขาหาเงินใช้จ่ายด้วยตนเอง ทว่ากลับไม่ต้องการแม้กระทั่งโอกาสที่จะหาเงินหรือนี่ วันๆ รู้จักแต่นอนขี้เกียจอยู่ในผ้าห่ม อยากให้คนอื่นมาปรนนิบัติดูแลพวกเขา
“ตอนเย็นข้าหุงข้าวเรียบร้อยแล้วก็ยกกลับห้องเลย ไม่ได้เหลือให้พวกเขาแม้สักนิด” เสบียงอาหารที่ให้พวกเขาก่อนหน้านี้หมดเกลี้ยงไปนานแล้ว วันนี้พวกเขาขี้เกียจแม้กระทั่งจะทำอาหาร เอาแต่รอเขาอยู่ทุกวัน เขาทนให้เป็น