” เขาพยายามมองคนรอบๆ ให้ชัดเจน และเห็นไป๋จื่อยืนอยู่ข้างเตียงอย่างคาดไม่ถึง “อาจื่อ? ไยเจ้าถึงอยู่ที่นี่ได้”
ไป๋จื่อทำหน้าบึ้ง “ไยข้าถึงอยู่ที่นี่? เรื่องนี้ข้าต้องถามท่านมากกว่า ก่อนหน้านี้ข้าบอกท่านแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ กำชับท่านอย่างเด็ดขาดแล้วเชียวว่าอย่าดื่มสุรา กินเนื้อสัตว์ให้น้อย ท่านได้ฟังข้าบ้างหรือไม่”
คราวนี้เฉินไท่เหรินถึงนึกเรื่องในวันนี้ขึ้นได้ ก่อนหน้านี้เขาดื่มอยู่ในร้านอาหารกับสหายสองสามคนแท้ๆ ทว่าดื่มเข้าไปแล้วก็รู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย ทีแรกเขาคิดว่าตนเองเมา จึงตั้งใจว่าจะไปสูดอากาศไล่ความเมาที่ริมหน้าต่าง ทว่าเขาเพิ่งลุกขึ้นก็รู้สึกเจ็บหน้าอกเป็นอย่างยิ่ง ภาพตรงหน้าพร่าเลือน เขาอยากจะเรียกใครบางคน แต่ครั้นอ้าปา ดวงตาของเขาก็คล้ายมืดบอด และไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นแล้ว
หมายความว่าเขาไม่ได้เมา แต่มีอาการป่วยบางอย่างสินะ
“หรือว่าข้าดื่มสุราจนเกิดอาการป่วยจริงๆ” เขามีสีหน้าประหลาดใจ เพราะไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย ว่าตนจะดื่มสุราจนป่วยได้
“อาการของท่านในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการดื่มสุราเพียงอย่างเดียว แต่สุรามีส่วนทำให้มันเกิดขึ้นจริงๆ พี่ใหญ่เฉิน ข้าขอแนะนำท่านจากใจจริง หากท่าน