ไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะจัดการกับเจ้าอย่างไร”
เสี่ยวเฟิงหลุดปากออกไปว่า “คนเช่นนี้คู่ควรเป็นอ๋องด้วยหรือ”
ไป๋จื่อถอนใจกล่าว “นี่ไม่ใช่ปัญหาว่าคู่ควรหรือไม่ เมื่อได้มาเกิดเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของจักรพรรดิก็ถือว่าเป็นอ๋องแล้ว พวกเราชาวบ้านไม่มีสิทธิ์ไปวิจารณ์ว่าคู่ควรหรือไม่คู่ควร”
บุรุษสองคนรีบตอบรับว่านางกล่าวถูกต้อง ไป๋จื่อจึงถามอีกว่า “แล้วจิ้นอ๋องเป็นคนเช่นไร”
พวกเขาต่างก็ส่ายหน้า “ข้าไม่รู้ ส่วนใหญ่แล้วข่าวลือของจิ้นอ๋องจะบอกว่าเขากล้าหาญอย่างไร ชนะสงครามอย่างไร แต่ไม่เคยได้ยินเรื่องอื่นเลย”
ไป๋จื่อฟังแล้วก็ไม่รู้สึกข้องใจ เพราะเขาไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงตั้งแต่เล็ก จะไม่มีข่าวลือของเขาที่นั่นก็เป็นเรื่องปกติมาก
ถามต่อไปก็ไม่น่าได้ความอะไรแล้ว พวกนางนั่งต่ออีกสักพัก ก่อนจะจากไปทั้งๆ ที่ยังดื่มชาไม่หมดเลยด้วยซ้ำ
…
ระหว่างทางกลับหมู่บ้าน รถม้าวิ่งช้ามาก พื้นดินที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวยังเหมือนเหมือนเช่นขาไป มีเพียงร่องรอยรถม้าของพวกนางเท่านั้น
อากาศเช่นนี้ คนในหมู่บ้านแทบจะไม่ออกมาจากบ้าน ต่างก็คุดคู้อยู่ในผ้าห่ม สร้างความอบอุ่นให้ตัวเองอยู่ในบ้าน จนกว่าอุณภูมิจะเพิ่มขึ้นมาบ้าง
เมื่อกลับถึงบ้าน ห