ูจ่างหลินรีบส่งถ้วยน้ำแกงที่เตรียมไว้แล้วให้แก่สตรีทั้งสามคน พวกนางเกาะกลุ่มกอดกัน ทำให้ร่างกายที่แทบจะแข็งทื่ออบอุ่นขึ้นมาบ้าง
“เป็นอย่างไรบ้าง มีจดหมายหรือไม่” หูจ่างหลินถาม
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่มีเจ้าค่ะ” เมื่อเห็นความผิดหวังผุดขึ้นมาบนใบหน้าของหูจ่างหลิน นางก็รีบกล่าวอีกว่า “แม้จะไม่มีจดหมาย แต่ข้าสอบถามข่าวคราวมาได้จำนวนหนึ่ง ตอนนี้หูเฟิงไม่เป็นอะไร อาอู่ก็น่าจะอยู่กับหูเฟิงเช่นกัน พวกเขาจะต้องสบายดีทั้งคู่แน่เจ้าค่ะ”
หูจ่างหลินถอนหายใจยกใหญ่ รอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนหน้าในที่สุด “ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว เช่นนั้นดีที่สุด”
ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตูดังมาจากข้างนอก เสี่ยวเฟิงรีบไปเปิดประตู พบว่าเป็นจางซื่อและเจ้ารอง “พวกท่านมีธุระอะไรหรือ” เสี่ยวเฟิงเอ่ยถาม
จางซื่อยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนจะรีบส่ายหน้า “ข้ามีธุระจะพูดกับอาจื่อสักหน่อย นางอยู่หรือไม่”
เสี่ยวเฟิงหันหลับไปมองไป๋จื่อในเรือน เมื่อเห็นนางพยักหน้า เขาถึงจะเบี่ยงตัวให้พวกเขาเข้าไป
ตอนนี้เสี่ยวเฟิงเกลียดชังคนสกุลไป๋ยิ่งนัก ถึงแม้จางซื่อและเจ้าจะแตกต่างจากคนที่เหลืออยู่บ้าง แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นคนสกุลไป๋ จึงรู้สึกเกลียดชังเช่นเดิม
“มีธุระอะไรหรือ