มไถ่ด้วยเช่นกัน อีกฝ่ายมาซื้อข้าว ต้องการเท่าไรก็ขายไปเท่านั้น ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องน้ำใจในอดีต
…
“ไยเจ้ายังไม่นอน” จ้าวซู่เอ๋อลงมาเข้าห้องน้ำด้านล่าง ครั้นกลับห้องตนเองเดินผ่านห้องของไป๋จื่อ เห็นว่าไฟด้านในยังสว่างจ้า จึงเปิดประตูเข้าไปดู
ไป๋จื่อกำลังมองดวงจันทร์ข้างนอกหน้าต่าง นางยิ้มจาง “แสงจันทร์สว่างเกินไป ข้านอนไม่หลับ”
จ้าวซู่เอ๋อขมวดคิ้ว “เหตุผลอะไรของเจ้ากัน ข้าไม่เห็นรู้สึกเลยว่าแสงจันทร์สว่างเกินไป เจ้าพูดกับข้ามาตามตรงเถอะ กำลังคิดถึงหูเฟิงใช่หรือไม่” นางเดินไปนั่งลงข้างๆ ไป๋จื่อ ก่อนจะยื่นมือไปผิงเตาถ่าน
เด็กสาวส่ายหน้า “ไม่ใช่เจ้าค่ะ ข้าเพียงกำลังคิดว่าร้านที่พวกเราเพิ่งเช่ามีกิจการดีเช่นนี้ ทว่าเปิดร้านได้ไม่กี่วันก็เจอหิมะตกหนักเสียแล้ว เสียค่าเช่าเดือนนี้ไปเปล่าๆ”
ขณะที่จ้าวซู่เอ๋อกำลังจะพูด ก็มีเสียงเคาะประตูถี่กระชั้นดังมาจากข้างนอก ฟังดูแล้วเหมือนมีคนเรียกชื่อของไป๋จื่ออยู่ด้วย แต่ฟังไม่ออกว่าเป็นใคร