เช่นนั้น ก็พลันรู้ว่าเป็นความรับผิดชอบของตน “ต้องโทษที่ข้าไม่ดีเอง ข้าไม่ควรใจอ่อน คนเช่นพวกเขาไม่ควรค่าให้เห็นใจเลย”
“พวกท่านเคยคิดหรือไม่ ว่าเรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้นแล้วหนึ่งครั้งก็จะมีครั้งที่สองอีก ด้วยความสามารถของพวกท่านแล้ว จะเลี้ยงบ้านใหญ่และหญิงชรารวมกันห้าคนได้หรือ” ไป๋จื่อถาม
จางซื่อถ่มน้ำลายทันที “เลี้ยงพวกเขา? จะเลี้ยงอย่างไรกัน พวกเขาแต่ละคนมีมือมีเท้า ไยต้องให้พวกข้าเลี้ยงด้วย ข้าคิดดีแล้ว พอถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้าพวกข้าจะปลูกแตงดิน หลังจากได้เงินแล้วก็จะตั้งบ้านของตัวเองเช่นเดียวกับเจ้า และจะไม่พบหน้าพวกเขาอีกนับตั้งแต่นั้น”
ไป๋จื่อส่ายหน้า ไม่ได้พูดอะไรอีก
สถานการณ์ของพวกเขาคล้ายกับนางเช่นนี้ได้อย่างไร ไป๋จื่อเป็นเด็กที่เก็บมาเลี้ยง จ้าวหลานเองก็เป็นภรรยาที่แต่งเข้ามา แต่เจ้ารองเล่า เขาเป็นลูกแท้ๆ ของหญิงชรา เป็นน้องชายแท้ๆ ของเจ้าใหญ่ ความสัมพันธ์ทางสายเลือดเช่นนี้ ตัดกระดูกแล้วเอ็นก็ยังเชื่อมกันอยู่ อยากจะตัดขาดความสัมพันธ์ไปโดยสิ้นเชิง เห็นทีจะยากยิ่งกว่ายาก
เด็กสาวลุกขึ้นยืน “พวกท่านรอก่อน ข้าจะไปนำข้าวมาให้” เรื่องของพวกเขาสกุลไป๋ไม่เกี่ยวกับนาง นางคร้านจะยุ่งเกี่ยว คร้านจะถา