ดงไปถึงใบหู มองตาขวางใส่ไป๋จื่อทัยที “อาจื่อ อย่าได้พูดวาจาเช่นนี้มั่วซั่วเชียว จะทำให้คนหัวเราะเยาะเจ้าเอา”
ไป๋จื่อร้องเชอะเสียงหนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะอีกเสียง “หัวเราะเยาะข้า? ข้าไป๋จื่อเป็นตัวตลกของพวกเขาหรือเจ้าคะ ข้าทำมาหากินอย่างสุจริต พูดอะไรตรงไปตรงมา มีอะไรน่าหัวร่อกันเชียว”
ตอนที่ทั้งสองคนกลับถึงบ้าน รถม้าไม่ได้อยู่ในลาน อาอู่และโจวกังก็ไม่อยู่เช่นกัน มีเพียงหูจ่างหลินที่เล่นสนุกอยู่กับหรูเอ๋อร์
ครั้นเห็นไป๋จื่อและจ้าวซู่เอ๋อกลับมา หูจ่างหลินก็รีบปรี่เข้ามาหา “จื่อยาโถว เจ้ากลับมาได้เสียที แม่ของเจ้าเป็นห่วงเจ้าจะตายอยู่แล้ว”
ไป๋จื่อยิ้มกล่าวว่า “ท่านลุงหู ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แค่ช่วยโถงสมุนไพรส่งยาไปที่ค่ายทหารเท่านั้น ข้าพบหมออาวุโสคนหนึ่งที่นั่น เขาเห็นข้าอยากศึกษาหาความรู้ จึงรั้งให้ข้าอยู่เสียหลายวัน และสอนวิชาแพทย์ให้ข้าจำนวนหนึ่งด้วย ข้าเองถือโอกาสไปหาหูเฟิงด้วยเช่นกัน เขาสบายดีมาก และยังฝากข้ามาบอกท่านว่าไม่ต้องเป็นห่วงเขา ขอเพียงเขาจัดการธุระในค่ายทหารเสร็จสิ้น เขาก็จะกลับมาเจ้าค่ะ”
หูจ่างหลินฟังแล้วก็ยิ้มไม่หุบ คนที่เขาเชื่อมั่นที่สุดเห็นทีจะมีแต่ไป๋จื่อและหูเฟิงน