ในกระโจมเหลือนางเพียงลำพัง หมอเฉินและต้วนเฉิงไปที่กระโจมใหญ่ข้างๆ แล้ว
ครั้นนางเพิ่งล้างหน้าล้างตาเสร็จ ต้วนเฉิงก็รีบร้อนวิ่งเข้ามา ร้องเรียกนางว่า “เจ้าเร่งหน่อย จอมพลหวังส่งคนมาเชิญเจ้า ให้เจ้าไปหาเขาเดี๋ยวนี้”
ไป๋จื่อตอบรับเสียงหนึ่ง แล้วรีบจัดการผมเผ้าให้เรียบร้อย
ต้วนเฉิงมองนางมัดมวยผม จู่ๆ ก็ร้องเสียงดังราวกับพบแผ่นดินใหม่ “โอ้…ไยเจ้ามีไรผมเช่นนั้น”
นางมัดมวยผมต่อ ไม่ได้มองเขา “เจ้าไม่มีหรือ”
อีกฝ่ายส่ายหน้า “ไหนเลยบุรุษจะมีไรผมเช่นนั้น สตรีต่างหากถึงจะมี เจ้าคงไม่ใช่สตรีกระมัง” เขาเอ่ยวาจาล้อเล่น แต่ไป๋จื่อกลับเปลี่ยนสีหน้า ถลึงตาใส่เขาอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ออกไปเสีย!”
ต้วนเฉิงตามหลังนาง “เจ้าโกรธหรือ ข้าก็แค่ล้อเจ้าเล่นเท่านั้น ความจริงแล้วข้าก็มีไรผมเช่นกัน แต่ค่อนข้างน้อยเท่านั้นเอง เจ้าเองหน้าตาอ่อนหวานเกินไป หากแต่งกายเป็นสตรี เกรงว่าสตรีเห็นเจ้าแล้วต้องอิจฉาแน่”
ไป๋จื่อเร่งฝีเท้า ไม่พูดตอบเขา เพียงตรงเข้าไปในกระโจมใหญ่
รองแม่ทัพจางกับหมอเฉินกำลังสนทนากัน เมื่อเห็นนางเข้ามา หมอเฉินก็รีบกล่าวว่า “มาแล้วๆ เขานี่แหละคือไป๋จื่อ”
บัดนี้รองแม่ทัพจางอายุเกินสี่สิบปีแล้ว หน้าตาสดใสมาก ก่อนหน้านี