ที่อาการจะกำเริบได้ขอรับ”
หมายความว่าเขาอย่าได้ยุ่งเรื่องของจิ้นอ๋อง และไม่ต้องทำอะไรในค่ายทหารแห่งนี้ ขอเพียงเขาไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น ชีวิตนี้ของเขาจะห่างไกลจากอาการหอบหายใจได้อีกสองสามวันหรือ
จอมพลหวังนึกถึงสิ่งที่ไป๋จื่อกำชับก่อนหน้านี้ จึงพูดไปว่า “ไปต้มยาเถอะ ข้าจะนอนพักสักหน่อย” ไป๋จื่อบอกว่าหากหมอผู้นี้มีพิรุธ เช่นนั้นยาของเขาจะต้องมีพิรุธด้วยอย่างแน่นอน
จะมีพิรุธหรือไม่ แค่ดูก็รู้แล้ว
หมอรับคำ แล้วหมุนกายออกจากกระโจมไป
ไป๋จื่อที่ซ่อนอยู่หลังชั้นไม้เดินออกมา นางกล่าวกับจอมพลหวังว่า “หมอผู้นี้ดูแปลกๆ นะขอรับ”
จอมพลหวังเลิกคิ้ว “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
“ตอนที่ท่านแกล้งว่าอาการกำเริบเมื่อครู่ ท่านต้องไม่เห็นสีหน้าของเขาเป็นแน่ ท่านอาการกำเริบ เขาเป็นหมอรักษาท่าน แต่กลับไม่รีบร้อนเลยสักนิด เขามองท่านราวกับดูละครอย่างไรอย่างนั้น พอท่านอาการดีขึ้นแล้ว เขาถึงจะเริ่มถามเสียสองสามคำ หมอพรรค์นี้ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลยขอรับ”
ก่อนหน้านี้จอมพลหวังไม่เคยรู้สึกว่าหมอผิดปกติตรงไหน และไม่รู้ว่าเขาเชื่องช้ายามทำการรักษาให้ตนเช่นนี้ เมื่อครั้งที่อาการกำเริบ เขาไม่ค่อยมีสติอยู่กับเนื้อกับตัว