็นหมอชื่อดังคนหนึ่งแน่ๆ
ไป๋จื่อยิ้มรับ “ควรจะเป็นเช่นนั้นขอรับ เหล่าทหารเสียเลือดและบาดเจ็บเพราะปกป้องแว่นแคว้น ชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกข้าช่วยอะไรไม่ได้ เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้จึงถือว่าควรทำแล้ว”
หมอเฉินพยักหน้า “ดี พูดได้ดี” เขามองสีท้องฟ้าด้านนอกครั้งหนึ่ง ทอดถอนใจว่า “ค่ำป่านนี้แล้ว เจ้ายังไม่ได้กินข้าวใช่หรือไม่”
เด็กสาวลอบกล่าวในใจว่าโอกาสมาถึงแล้ว จึงรีบลูบหน้าท้อง ยิ้มอย่างเหนียมอาย “อย่าว่าแต่ข้าวเย็นเลยขอรับ ข้ายังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลยด้วยซ้ำ!”
“เช่นนั้นข้าจะให้คนไปเรียกหน่วยเสบียงมาส่งข้าวให้เดี๋ยวนี้” หมอเฉินรีบกล่าว
ไป๋จื่อรีบโบกมือ “ไม่ต้องหรอกขอรับ ค่ำป่านนี้ เกรงว่าคนของหน่วยเสบียงจะหลับกันหมดแล้ว เอาอย่างนี้ดีกว่า ท่านบอกข้าว่าหน่วยเสบียงอยู่ที่ใด ข้าจะไปตามหาเอง พบอะไรก็จะกินสิ่งนั้น ขอเพียงเติมท้องให้อิ่มได้ก็พอแล้วขอรับ”
หมอเฉินก็ไม่บีบบังคับ เขาพานางออกไปข้างนอก แล้วชี้ไปยังทางสายหนึ่ง “เจ้าตรงไปทางนั้น เลี้ยวขวาตรงกระโจมที่ติดธงทรงสามเหลี่ยมเอาไว้ ผ่านไปอีกสามกระโจมใหญ่ ตรงนั้นก็จะเป็นหน่วยเสบียงแล้ว ถึงที่นั่นแล้วเจ้าย่อมรู้เอง”
นางรีบกล่าวขอบคุณหมอเฉิน แล้วกลับหลังหันเข้าไปในกระโจม เพื่อสะพายกระเป๋าผ้าของตนมาด้วย
“ในกระเป๋าผ้าใบนี้ใส่ของล้ำค่าอะไรไว้หรือ แม้กระทั่งไปกินข้าวก็ยังต้องแบกไปด้วยเช่นนี้” หมอเฉินถาม
“ไม่ใช่ของล้ำค่าอะไรหรอกขอรับ ระหว่างทางข้าไปส่งสิน