หลายคนกำลังล้อมวงอยู่ในนั้น และมีหนึ่งคนในนั้นกำลังถือถ้วยกินข้าวอยู่
ที่แท้พวกเขาก็กำลังทำอาหารมื้อดึก ฝีมือไม่เลวเลยทีเดียว เพราะกลิ่นนี้ทำให้เขานึกถึกอาหารที่ไป๋จื่อทำขึ้นมา
ไม่รู้ว่าไป๋จื่อเข้าใจจดหมายของเขาหรือไม่ เพราะจดหมายทุกฉบับที่ส่งออกไปจากในค่ายทหารล้วนมีคนตรวจสอบทั้งสิ้น เขาทำได้เพียงเขียนไปเช่นนั้น
อีกไม่กี่วันจอมพลหวังก็จะนำทหารมาถึงทางตะวันตกเฉียงเหรือ หูจื้อและสื่อลี่หยวนไม่มีทางให้โจวกังและฟู่เจิงมีชีวิตพบใต้เท้าหวังแน่
พวกเขาไว้ชีวิตโจวกังและฟู่เจิงไว้ ไม่ใช่เพื่อบังคับให้ทั้งสองรับโทษที่ไม่มีความจำเป็น เช่น โทษฐานกบฏ แต่เก็บไว้ใช้มัดตัวเขาฉู่เยี่ยนต่างหาก
น่าเสียดายนัก ไม่ว่าทั้งสองจะใช้วิธีการใด โจวกังและฟู่เจิงก็ไม่ยอมจำนนง่ายๆ พวกเขาไม่อาจโยนโทษที่ปั้นขึ้นมาให้อีกฝ่ายรับได้ ยามนี้ใต้เท้าหวังใกล้จะมาถึงแล้ว ย่อมต้องกำจัดความยุ่งยากทั้งสองนี้ทิ้งไปเสีย
เมื่อคิดถึงความลำบากที่โจวกังและฟู่เจิงได้รับ คิดถึงพี่น้องที่ต้องตายตกไปเพราะปกป้องเขาเหล่านั้น หัวใจของเขาก็คลายกับมีไฟร้อนระอุแผดเผา ร้อนลวกเสียจนหัวใจของเขาเกิดความรู้สึกรวดร้าว
เขาค่อยๆ หมุนกายเดินกลับไป ทว่าเพิ่งเดินไปไม่ได้กี่ก้าว เขาก็ได้ยินเสียงคนในหน่วยเสบียงกล่าวเสียงดังว่า “น้องไป๋ เจ้าไปร่ำเรียนวิธีการทำโจ๊กผักมาจากที่ใด อร่อยอย่าบอกใครเชียว”
“อร่อยก็กินอีกถ้วยเถอะ ยังมีอีกเยอะเลย”
เสียงนี้ราวกับเสีย