้บังคับบัญชาของเขา ไป๋จื่อจึงบอกเขาไปตามตรง
หลังจากอาอู่ฟังจบก็ชี้ไปยังวัตถุดิบยากองหนึ่งในรถ “หมายความว่าวัตถุดิบยาเหล่านี้ช่วยชีวิตแม่ทัพฟู่และแม่ทัพโจวได้หรือ”
ไป๋จื่อพยักหน้า “จะพูดเช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ”
“หลังจากเจ้าทำเสร็จแล้ว เจ้าจะส่งของสิ่งนี้ไปอย่างไรกัน”
เด็กสาวยิ้มพลางโบกมือ “เรื่องนี้ท่านไม่ต้องกังวลใจเลยเจ้าค่ะ ข้ามีแผนการอันชาญฉลาดแล้ว รอดูได้เลย”
รถม้าเพิ่งออกจากประตูเมืองชิงหยวน พวกเขาก็เห็นลู่จ่างชุนนั่งอยู่ในรถเทียมวัวคันหนึ่ง ที่กำลังซวดเซมุ่งไปข้างหน้า
อาอู่หยุดรถม้า กล่าวกับหมอลู่ที่อยู่บนรถว่า “ท่านหมอลู่ พวกข้ากำลังจะกลับหมู่บ้าน ท่านกลับไปกับพวกข้าดีหรือไม่”
หมอลู่ย่อมขอให้เป็นเช่นนั้น รถเทียมม้าเชื่องช้ายิ่งนัก ปกติแล้วไม่ได้มีธุระอะไรจึงไม่ได้คิดมาก แต่วันนี้เขาร้อนใจดังโดนไฟแผดเผา มองอะไรก็รู้สึกช้าไปเสียหมด
อาอู่ช่วยหมอลู่ขนวัตถุดิบยาที่ซื้อมาไว้บนรถ หมอลู่เห็นไป๋จื่อก็อยู่ที่นี่ด้วย จึงรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก “เจ้าก็มาด้วยหรือนี่”
ไป๋จื่อยิ้ม “ใช่เจ้าค่ะ ช่วงนี้แม่ข้าไม่ค่อยสบาย ข้าจึงมาซื้อยาให้นางสักหน่อย”
“เจ้าก็จริงๆ เลยนะ ข้าขายยาสำเร็จรูปอยู่ไม่ใช่หรือ บอกกล่าวข้าสักคำก็พอแล้ว ไยต้องลำบากมาถึงที่นี่ด้วย” หมอลู่กล่าว
เด็กสาวยิ้มน้อยๆ “ข้าก็ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ จึงถือโอกาสมาสูดอากาศด้วยเลย”
เวลานี้อาอู่ขนหม้อต้มยาขึ้นมาแล้ว ในรถม้าเบียดเสียดขึ้นมาถนัดต