ยด สวี่ซื่อฟังแล้วก็พลันรู้สึกเบิกบานใจ
“นางหมั้นหมายแล้วจริงหรือ” สวี่ซื่อถามอีกครั้ง
แม่นมอู๋อมยิ้มพลางพยักหน้า ก่อนจะรับถ้วยชาที่สาวใช้ส่งมาให้ แล้ววางบนโต๊ะน้ำชาข้างๆ ฮูหยิน “ปลอมไปไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ ข้าเห็นหนังสือหมั้นหมายกับตาตนเอง แม้เด็กสาวนางนั้นจะหน้าตาไม่เลว แต่ผอมบางนัก เพิ่งจะอายุสิบสามปีเต็ม มองอย่างไรก็ไม่คู่ควรกับคุณชาย บุคคลเช่นคุณชายนั้น ถึงแม้จะหวั่นไหวกับเด็กสาวนางนั้นไปชั่วขณะ ก็เป็นเพราะความแปลกใหม่ เมื่อความแปลกใหม่ผ่านไปแล้ว ความรู้สึกนั้นย่อมจางหายไปราวกับควัน ท่าทางนางฉลาดเฉลียว รู้ดีอยู่แก่ใจว่าไม่คู่ควรกับคุณชาย ไม่มีทางคิดเพ้อเจ้ออะไรอีก ฮูหยิน ท่านวางใจได้แล้วนะเจ้าคะ!”
สวี่ซื่อได้ฟังแล้วก็ยิ่งเบิกบานใจ “เจ้าพูดเช่นนี้แล้ว ก็เท่ากับว่าหนานเอ๋อร์กับเสวี่ยเอ๋อร์ยังมีโอกาส ข้าต้องหาเวลาว่างไปพูดโน้มน้าวเขาหน่อยแล้ว”
แม้นมอู๋ยิ้มกว้าง “ฮูหยิน เรื่องระหว่างคนหนุ่มสาวเช่นนี้ อาศัยการพูดโน้มน้าวเพียงอย่างเดียวเห็นทีจะไม่มีประโยชน์ ต้องให้พวกเขามีโอกาสได้พบหน้ากัน เมื่อไปมาหาสู่กันบ่อยเข้า ก็ย่อมเกิดความรู้สึกดีๆ ระหว่างกันไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
สวี่ซื่อพยักหน้าระรัว “ถูกต้อง เจ้าพูดมีเหตุผล เอาอย่างนี้ อีกเดี๋ยวข้าจะเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง แล้วเจ้าค่อยนำไปส่งที่สกุลเจิ้งแล้วกัน”
…
ขณะเดียวกันนั้น จดหมายจากเถ้าแก่เฉินก็มาถึงมือของเมิ่งหนาน
ยิ่งเมิ่งหนานอ่านจดหมาย สีหน้