ไม่อาจบิดพลิ้วได้อีก โดยเฉพาะฝ่ายหญิง หากฝ่ายหญิงเป็นคนถอนหมั้น ชาวบ้านจะครหาว่าสุกเอาเผากิน ไม่รู้จักอาย
ทว่าหากฝ่ายชายถอนหมั้น ชาวบ้านก็ยังจะครหาว่าฝ่ายหญิงไร้ศีลธรรมจรรยา ไร้ความสามารถ แม้แต่บุรุษผู้เดียวก็รั้งไว้ไม่ได้ มีแต่จะดาหน้ามาประณามและหัวเราะเยาะไม่จบสิ้น
ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!
“ท่านแม่ ความจริงข้าเขียนหนังสือหมั้นหมายแล้วเรียบร้อย ท่านดูสิ” นางหยิบหนังสือหมั้นหมายที่ประทับลายนิ้วมือแล้วออกมาจากในย่าม ก่อนจะยื่นไปให้จ้าวหลาน
จ้าวหลานไม่รู้หนังสือ ย่อมไม่รู้ว่าบนกระดาษใบนั้นเขียนอะไรไว้บ้าง เพียงเห็นรอยนิ้วมือสีแดงที่รู้สึกเตะตาเท่านั้น
นางถอนหายใจยาวๆ เสียงหนึ่ง แล้วยื่นหนังสือหมั้นหมายคืนให้ไป๋จื่อ “เจ้าเด็กคนนี้นี่นะ เฮ้อ…ช่างเถอะๆ ฟังบัญชาสวรรค์ก็แล้วกัน!”
…
ไม่มีใครคาดคิด ว่าคนจากสกุลเมิ่งจะมาถึงรวดเร็วปานนั้น เร็วเสียจนรับมือไม่ทัน
ผู้ที่มาเยือนคือแม่นมอู๋ หากจะให้คนอื่นมาดู สวี่ซื่อก็ไม่ยอมวางใจ จึงส่งแม่นมอู๋ ผู้ที่นางไว้ใจที่สุดมาที่นี่
รถม้าของแม่นมอู๋หยุดลงที่หน้าประตูบ้านใหม่ของไป๋จื่อ ประตูรั้วเปิดอยู่ ข้างในกำลังขนถ่ายสินค้า เครื่องเรือนใหม่เอี่ยมถูกขนลงจากรถลากชิ้นแล้วชิ้นเล่า โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ ชั้นวางอะไรล้วนมีพร้อมสรรพ คนงานหลายคนทำงานสอดประสานกันอย่างต่อเนื่อง บางคนรับหน้าที่ขนถ่าย บางคนรับหน้าที่จัดวาง
แม่นมอู๋ออกมาจากในรถ นางไม่รีบร้อนลงจากรถ เพียงยืนม