ียน” จางซื่อกล่าว
หญิงชรารีบเดินเข้ามา “สองหมู่? ที่ดินของจ้าวหลานและไป๋จื่อรวมกันแล้วมีสามหมู่ ไฉนถึงเป็นสองหมู่ไปได้”
จางซื่อกวาดสายตามองหญิงชราครั้งหนึ่ง “จื่อยาโถวรีบใช้ที่ดิน มีเวลาพลิกหน้าดินจำกัดเพียงสองวัน พวกข้าทำได้แค่สองหมู่ แล้วให้จางซานสุ่ยทำอีกหนึ่งหมู่”
ฝ่ายแม่สามีพลันมีสีหน้าเสียดาย ก่อนจะถลึงตามองจางซื่อตามความเคยชิน “ให้คนอื่นได้เงินไปสองเฉียนหน้าตาเฉย พวกเจ้าร่วมแรงกันแล้วทำอีกหนึ่งหมู่ก็ใช้ได้แล้วไม่ใช่หรือ ช่างไร้ประโยชน์นัก!”
“ใช่ พวกข้ามันไร้ประโยชน์ ส่วนบุตรชายคนโตของท่านมีประโยชน์นัก หลานชายคนโตหัวแก้วหัวแหวน และหลานชายคนเล็กที่จะเป็นขุนนางของท่านน่ะ ให้พวกเขาไปลองพลิกหน้าดินดูสิ ข้าอยากรู้นักว่าหนึ่งวันพวกเขาจะพลิกหน้าดินหนึ่งหมู่ หาเงินมาให้ท่านสองเฉียนได้หรือไม่” จางซื่อแค่นหัวเราะ
หญิงชราเพิ่งรู้ว่าตนเองหลุดปากพูดออกไป จางซื่อในวันนี้ไม่ใช่จางซื่อในอดีตอีกแล้ว อีกทั้งตอนนี้พวกเขาแยกบ้านกันแล้ว ย่อมไม่จำเป็นต้องไว้หน้านางเช่นเมื่อก่อนอีก ไม่มีทางยอมให้นางต่อว่าตามใจชอบเช่นกัน
“ข้าก็พูดไปอย่างนั้น เจ้าอย่าคิดเป็นจริงเป็นจังหน่อยเลย” หญิงชราฝืนยิ้มออกมา
หลิวซื่อคิดคำนวณอยู่ในใจ พลิกหน้าดินสองหมู่ได้เงินสี่เฉียน เท่ากับว่าพวกเขาได้เงินสี่เฉียนนี้มาไว้ในมือแล้ว ค่าเรียนของเสี่ยวเฟิงเป็นเงินห้าเฉียน ตอนนี้ขาดอีกเพียงเฉียนเดียว จากนั้นนางค่อยไปยืมจางซานสุ่ยอีก