สักเฉียนหนึ่ง นั่นไม่เท่ากับว่าเพียงพอแล้วหรือไร
นางพลันรู้สึกเบิกบานใจ รีบเดินถึงข้างกายของแม่สามี กระซิบกระซาบที่ข้างหูเสียยกหนึ่ง
หญิงชราฟังแล้วก็เห็นดีเห็นงามด้วย รู้สึกว่าแผนการของหลิวซื่อไม่เลวทีเดียว ตอนนี้ทำได้เพียงจัดการไปตามนี้แล้ว นางจึงเดินไปถึงเบื้องหน้าของจางซื่อ ปั้นหน้ายิ้มกล่าวว่า “สะใภ้รอง ข้ามีเรื่องอยากจะปรึกษากับเจ้าพอดี”
ไหนเลยจางซื่อจะไม่รู้ว่าในใจพวกนางมีแผนการอะไรอยู่ ขณะนี้ใกล้จะเปิดเรียนแล้ว พวกนางกำลังหาค่าเรียนให้เสี่ยวเฟิงอยู่ ทั้งยังเห็นพวกนางบ้านรองเป็นเพียงกระต่ายอ้วนสินะ
“มีเรื่องอะไรก็พูดออกมาตามตรง แต่ข้าขอพูดดักไว้ก่อนเลยว่า ข้าไม่ให้ยืมเงินหรือยืมเสบียงอาหารเด็ดขาด เพราะพวกข้าเองก็ยังติดหนี้คนอื่นอยู่ สี่เฉียนนี้ยังใช้หนี้ไม่พอเลยด้วยซ้ำไป”
สีหน้าของหญิงชราและหลิวซื่อเปลี่ยนไปโดยพลัน “พวกเจ้าติดหนี้อะไรกัน เพิ่งจะแยกบ้านไปได้ไม่กี่วัน พวกเข้าก็ไปติดหนี้ผู้อื่นแล้วหรือนี่”
จางซื่อหัวเราะเย้ยอยู่ในใจ พวกนางยังมีหน้ามาพูดเรื่องแยกบ้านต่อหน้านางอีกนะ
“ถูกต้อง เพิ่งจะแยกบ้านได้ไม่กี่วันเท่านั้น แต่ก็เพราะแยกบ้านนี่แหละ พวกข้าถึงได้ต้องไปยืมเงินเพื่อซื้อเสบียง ไปยืมเงินเพื่อซื้อเสื้อผ้ากันหนาวและเสบียงสำหรับใช้ในฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิปีหน้าจะปลูกแตงดิน ก็ไม่ใช่ว่าต้องเก็บเงินไว้ซื้อเมล็ดพันธุ์บ้างหรือไร ตอนแยกบ้าน พวกท่านแบ่งเงินให้พวกข้าบ้านรองเพียงสาม