าดเจ็บล้มตายมากนัก”
“รายงานท่านแม่ทัพ เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ แนวเขตแดนทางตะวันออกก็ถูกแคว้นฉู่บุกจู่โจม ทั้งกองทหารภูผาครามเสียหายจนหมดสิ้น”
เฟิงเยี่ยหนานตบโต๊ะพลางลุกขึ้น สีหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวแดง ดวงตาที่เดิมทีใหญ่โตอยู่แล้วยิ่งเบิกโพลง มองแล้วพาให้เกิดความรู้สึกกลัวนัก
“เกิดอะไรขึ้น เป็นไปได้อย่างไร กองทหารที่ทัพฉู่ส่งมาในวันนี้ไม่ใช่กองทหารม้าหุ้มเกราะ และกองทหารเกราะดำหรอกหรือ”
“เรียนท่านนายพล เป็นกองทหารม้าหุ้มเกราะและกองทหารเกราะดำขอรับ ไม่เห็นทัพอื่นเข้ามาในสมรภูมิเลย”
เฟิงเนี่ยหนานถลึงตามองนายพลหนุ่ม ถามด้วยโอสะ “มีแม่ทัพนำทัพหรือไม่”
นายพลหนุ่มส่ายหน้า “ข้าไม่เห็นขอรับ แต่ที่น่าแปลกก็คือ การสู้รบของพวกเขาในครั้งนี้แตกต่างจากในอดีตอย่างมาก”
“แตกต่างตรงไหนล่ะ” เฟิงเยี่ยหนานรีบถาม
“ในอดีต ขณะกองทหารม้าหุ้มเกราะและกองทหารเกราะดำประมือ แม้พวกเขาแต่ละคนจะมีวรยุทธ์ไม่เลว แต่ใช้ฝีมือขึ้นมาแล้วสับสนยากจะจับทาง ไม่มีกฎเกณฑ์ใดอธิบายได้ แต่วันนี้พวกเขาต่อสู้อย่างมีลำดับขั้น ขวัญกำลังใจก็เพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนมากนัก กลับกัน คนของพวกเราถูกพวกเขาบุกจนได้แต่ล่าถอย พ่ายแพ้อย่างราบคาบ ท่านแม่ทัพ ขณะนี้เป็นสถานการณ์วิกฤติ ขอท่านแม่ทัพโปรดเร่งตัดสินใจด้วยขอรับ”
เร่งตัดสินใจกับผีน่ะสิ เดิมทีเขาก็ไม่มีแผนการรบอะไรอยู่แล้ว คิดเพียงบุกโดยใช้จำนวนคนมากๆ ใช้นายทหารจำนวนหนึ่งแสนนายโอบล้อมเข่นฆ่านาย