้าหาญฮึกเหิมเช่นก่อนหน้านี้แล้ว”
หูเฟิงเงยหน้าขึ้นมองบุรุษรูปร่างอวบอ้วน เขาดูไม่เหมือนคนในกองเสบียงเท่าไร ไม่คุ้นหน้าอย่างยิ่ง
“เจ้าเป็นใครกัน ไยถึงรู้เรื่องราวเหล่านี้ด้วย” จูซื่อถาม
บุรุษอ้วนเตี้ยถอนใจเสียงหนึ่ง “ข้าเป็นนายทหารในกองทหารเกราะดำ มารับอาหารที่นี่ ไม่มีใครรู้เรื่องในกองทหารเกราะดำดีกว่าข้าแล้ว”
“ในเมื่อกองทหารม้าหุ้มเกราะและกองทหารเกราะดำกลายเป็นเช่นนั้นแล้ว เหตุใดแม่ทัพหูยังจะส่งพวกเจ้าไปสนามรบ” หูเฟิงถามบุรุษผู้นั้น
อีกฝ่ายหัวเราะเสียงเย็น “ยังต้องถามอีกหรือ แผนยิงธนูดอกเดียวได้นกสองตัวอย่างไรเล่า!”
หูเฟิงมุ่นคิ้ว สีหน้าดำคล้ำยิ่งกว่าอีกา สองมือที่ปล่อยอยู่ข้างลำตัวกำเป็นหมัดแน่น
“ข้าไม่เข้าใจ แผนยิงธนูดอกเดียวได้นกสองตัวที่เจ้าว่า แท้จริงแล้วหมายความว่าอย่างไรกันแน่” จูซื่อถาม
บุรุษผู้นั้นโบกมืออีกครั้ง “ช่างเถอะๆ ข้าไม่พูดก็สิ้นเรื่อง เพราะเรื่องบางเรื่องพวกเจ้ารู้น้อยๆ ไว้ย่อมดีกว่า นำอาหารมาให้ข้าเถอะ”
คำพูดของอีกฝ่ายทำให้จูซื่อยิ่งอยากรู้อยากเห็น เขาจึงก้าวเข้าไปดึงบุรุษอ้วนเตี้ยมาที่ข้างกายตนและหูเฟิง “เล่าให้พวกข้าฟังหน่อยสิ!”