ก่อนจะหันหน้าไปถามชายหนุ่มผู้นั้น “พูดอะไรไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย อะไรตีกันแล้ว ใครตีกับใคร”
ชายหนุ่มปาดเหงื่อ หอบหายใจจนหายเหนื่อยบ้างแล้ว “ฝั่งเราเริ่มต่อสู้กับแคว้นซีเยี่ยแล้ว จู่ๆ อีฝ่ายก็บุกเข้ามา ทางฝั่งเรายังไม่ได้ตั้งแนวป้องกันเลย บาดเจ็บล้มตายกันหนักทีเดียว!”
เมื่อจูซื่อได้ยินดังนั้น เขาก็หน้าซีดในทันที “หมายความว่าพวกเราตกอยู่ในความเสี่ยงไม่ใช่หรือ หากคนตายมีมาก ทัพเสริมมาไม่ทัน พวกเราต้องไปที่สนามรบใช่หรือไม่”
ในกองเสบียงพลันตกอยู่ในความเงียบงัน บรรยากาศเย็นเยียนถึงจุดเยือกแข็ง ไม่มีใครอยากไปสนามรบ ไม่มีใครอยากส่งตัวเองไปตาย
เวลานี้ชายหนุ่มก็โบกมือขึ้นมา “ไม่หรอกๆ ถ้าพวกเราไปแล้ว ใครจะทำอาหารให้ทุกคนกินเล่า ข้าไปสอบถามมาแล้ว เหล่าแม่ทัพปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว ว่าจะส่งกองทหารม้าหุ้มเกราะและกองทหารเกราะดำไปประจันหน้า และข้าได้ยินมาอีกว่า กองทหารสองกองนี้สร้างคุณงามความดีมากที่สุดเมื่อจิ้นอ๋องบัญชาการ นายทหารในกองล้วนแล้วแต่องอาจกล้าหาญ มีพวกเขาต่อสู้กับแคว้นซีเยี่ย โอกาสชนะก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น”
บุรุษอ้วนเตี้ยที่อยู่อีกด้านโบกมือโดยพลัน ทั้งยังส่ายหน้าอีกด้วย “นั่นมันในอดีต ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตั้งแต่จิ้นอ๋องหายตัวไป แม่ทัพทั้งหลายของกองทหารม้าหุ้มเกราะและกองทหารเกราะดำล้วนถูกจับไปรับโทษ นายทหารของทั้งสองกองเป็นฝูงมังกรไร้ผู้นำ บัดนี้ยิ่งเหมือนมังกรมัวเมาในนิทรา ไม่มีความกล