น เป็นห่วงในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ช่างเถอะ ข้าจะไม่พูดแล้ว ไม่ใช่ว่าพวกเราจะเข้าเมืองกันหรือไร พวกเจ้ารีบไปกันเถอะ ข้าจะอยู่เก็บกวาดเอง”
เมื่อจ้าวหลานได้ยินดังนั้น นางก็รีบพูดขึ้นมาว่า “เช่นนั้นข้าเองก็จะไม่ไป ให้คนหนุ่มสาวไปสนุกกันดีกว่า ข้าจะอยู่ช่วยเก็บกวาดบ้านด้วยเช่นกัน”
ไป๋จื่อเห็นพวกเขาใจตรงกันเช่นนี้ นางก็ไม่อยากจะแยกพวกเขาออกจากกัน จึงยิ้มหวานขึ้นมาทันใด “รู้แล้ว อย่าทำให้ตัวเองเหนื่อยเกินไปนะเจ้าคะ ควรพักก็พักเสีย”
ยามที่นางยิ้มกว้าง ก็เหมือนกับดอกไม้ที่งดงามที่สุดในฤดูใบไม้ผลิเบ่งบาน ปล่อยกลิ่นหอมชวนเมามายออกมา ในดวงตาคู่สวยราวกับมีดวงดาวนับหมื่นพันทอประกาย
เสี่ยวเฟิงเห็นแล้วก็พลันตกอยู่ในภวังค์ ที่แท้ยามที่นางยิ้มก็งดงามเช่นนี้เชียว ดุจเทพเซียนในภาพวาด สดใสและมีชีวิตชีวายิ่ง
จนกระทั่งอาอู่ลากรถม้ามาถึงด้านนอกลานบ้าน เขาถึงจะตื่นจากภวังค์ แล้วรีบเบือนสายตาของตนเองออกไป เขารีบกวาดสายตามองทุกคนอย่างรวดเร็ว เมื่อพบว่าไม่มีใครมองเขาอยู่ เขาถึงจะถอนใจด้วยความโล่งอกออกมา