ยุสิบสาม ครั้นเห็นเขาดีใจ ไป๋จื่อก็รู้สึกดีมากเช่นกัน “ท่าทางจะไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ไปเถอะ พวกเราเข้าเมืองกันดีกว่า”
หลังจากไป๋จื่อลงไปถึงชั้นล่างแล้ว นางก็บอกเรื่องที่เสี่ยวเฟิงจะอาศัยอยู่ที่นี่ให้หูจ่างหลินและโจวอาอู่รับทราบ
อาอู่ไม่มีความเห็นใด หลานชายได้อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกับตนย่อมดีกว่า
ทว่าหูจ่างหลินเหมือนจะลังเลเล็กน้อย เขากล่าวกับไปจื่อว่า “เสี่ยวเฟิงก็อายุไม่น้อย แม้จะอายุไล่เลี่ยกับเจ้า ทว่าก็โตกว่าเจ้าอยู่บ้าง อยู่ด้วยกันเช่นนี้คงไม่ค่อยเหมาะสมกระมัง”
หูจ่างหลินคิดถึงหัวอกของหูเฟิง ไป๋จื่อจะเป็นภรรยาในอนาคตของหูเฟิง หากอยู่ร่วมกับเสี่ยวเฟิงนานเกินไป เกิดข่าวลือที่ไม่น่าฟังอะไรขึ้น เช่นนั้นแล้วย่อมไม่ดีต่อใครทั้งสิ้น
ไป๋จื่อโบกมือ “มีอะไรไม่เหมาะสมกันเจ้าคะ ข้าไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนั้นแล้ว พวกเราทุกคนมีความสุขก็พอ อีกอย่าง ข้ากับเสี่ยวเฟิงเองก็อยู่กันคนละห้อง พวกพี่อู่เองก็อยู่ด้วยไม่ใช่หรือ”
จ้าวหลานก็กล่าวว่า “จริงด้วย ไม่มีอะไรไม่เหมาะสมตรงไหน ชีวิตของพวกเราไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับผู้อื่นเสียหน่อย พวกเรามีความสุขก็เพียงพอแล้วจริงๆ จื่อเอ๋อร์เองก็เป็นคนที่มีความคิดความอ่าน ท่านเองก็รู้จักนางดีไม่ใช่หรือ”
หูจ่างหลินหัวเราะฮ่าๆ ก็จริงของพวกนาง นิสัยของจื่อยาโถวนั้น ยังต้องให้ผู้อื่นมาหนักใจอีกหรือ นางไม่ได้เป็นคนไม่รู้จักคิดเสียหน่อย
“พวกเจ้าพูดถูกแล้ว เป็นข้าเองที่เลอะเลือ