่งหนานลูบท้องที่ร้องจ๊อกๆ ถอนใจกล่าวว่า “หากข้าไม่หิว ข้าคงไม่ขออาหารจากเจ้ากินหรอก”
องครักษ์คนสนิทถลึงตา “ท่านกินข้าวเย็นแล้วไม่ใช่หรือ มีแต่อาหารเลิศหรูและหลากหลาย ข้าเห็นกับตาว่าพวกเด็กๆ ยกอาหารจานแล้วจานเล่าเข้าไป ท่านอย่าบอกว่าท่านไม่ได้กิน!”
“ไม่ได้กินจริงๆ ข้าดื่มเหล้าไปหลายจอกทั้งๆ ที่ท้องว่าง ตอนนี้ข้ารู้สึกร้อนในท้องเป็นอย่างยิ่ง เร็วเข้าเถอะ แบ่งให้ข้าครึ่งหนึ่ง พรุ่งนี้ข้าคืนให้เจ้าสามตัวเลยดีหรือไม่” เมิ่งหนานกล่าวด้วยสีหน้าทรมาน
จินเสี่ยวอันจนใจ ทำได้เพียงนำไก่ย่างที่เพิ่งกินไปได้ปีกเดียวออกมา
เมิ่งหนานเองก็ไม่เกรงใจ เขายื่นมือไปดึงน่องไก่ข้างที่ใหญ่ที่สุดขึ้นมาแทะกิน
เมื่อเห็นดังนั้น จินเสี่ยวอันก็รีบดึงน่องไก่อีกข้างมาไว้ในมือ หลังจากกัดไปคำหนึ่งแล้ว เขาถึงจะถามด้วยความสบายใจว่า “คุณชาย ข้าว่าท่านดูเหมือนมีเรื่องในใจนะขอรับ!”
คุณชายเมิ่งช้อนสายตามองคนสนิท “ใช้ได้เลยนะจินเสี่ยวอัน เจ้ามีพัฒนาการทีเดียว คุณชายอย่างข้ามีเรื่องในใจ เจ้าก็ดูออกเช่นกันสินะ”
จินเสี่ยวอันหัวเราะแหะๆ “แน่นอนขอรับ เพียงแค่คุณชายขมวดคิ้ว ข้าก็รู้แล้วว่าคุณชายกำลังทุกข์ใจอยู่”
เมิ่งหนานกัดเนื้อน่องไก่เข้าปาก พร้อมกับพูดว่า “เช่นนั้นเจ้าลองบอกข้าสิ ว่าข้ากำลังทุกข์ใจเรื่องอะไรอยู่”
“ยังต้องพูดอีกหรือขอรับ ท่านต้องทุกข์ใจเรื่องที่แม่นางไป๋ยังไม่ตอบจดหมายท่านอยู่แน่ๆ!” จินเสี่ยวอันเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม