อง”
“จิ้นอ๋องเองก็ทำได้ดีมาก เจ็ดปีต่อมาเขาได้รับชัยในสงครามทางตะวันตก ควบคุมทั้งสามเหล่าทัพ แม้ฝ่าบาทจะไม่ได้เอ่ยชม ทว่าก็มีคนในราชสำนักเอ่ยถึงคุณงามความดีของเขาทุกครั้งไป ไม่ว่าพระองค์จะปกปิดความปีติบนพระพักตร์อย่างไรก็ไม่มิด เก่งกาจทั้งบุ๋นและบู๋เช่นนี้ ไหนเลยฝ่าบาทจะไม่โปรดปรานได้”
“น่าเสียดายนัก น่าเสียดาย…” คำว่าน่าเสียดายของเมิ่งหยวนเต๋อนั้น เป็นการแสดงความเสียใจจากใจจริง เมิ่งหนานรู้ใจของบิดาดี จึงเอาแต่คิดจะส่งเสริมให้จิ้นอ๋องได้ตำแหน่งไท่จื่อ นี่ไม่ได้เป็นความปรารถนาของท่านพ่อเพียงคนเดียว ยิ่งเป็นความปรารถนาของฝ่าบาทอีกด้วย
เมิ่งหนานถามอีกว่า “แม้จะว่าพูดเช่นนั้น แต่ถึงอย่างไรจิ้นอ๋องก็หายตัวไปแล้ว ในบรรดาองค์ชายทั้งหมดในตอนนี้ ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดเกรงว่าจะเป็นเซียวอ๋อง แม้แต่พวกข้าเองก็ดูออก ฝ่าบาทจะดูไม่ออกเลยหรือ ไยฝ่าบาทไม่ยอมแต่งตั้งเซียวอ๋องเป็นไท่จื่อเสียที”
เมิ่งหยวนเต๋อเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ในที่สุดจะผ่อนลมหายใจออกมา “เดิมทีข้าไม่ควรพูดหรอกนะ แต่ในเมื่อเจ้ากลับมาที่เมืองหลวงแล้ว ต่อไปความก้าวหน้าหรือถดถอยของสกุลเมิ่งล้วนอยู่ในกำมือของเจ้า ข้าจึงคิดว่าเจ้าควรจะเข้าใจเรื่องเหล่านี้ไว้”
“เจ้าก็รู้ว่าปู่ของเจ้ากับฝ่าบาทไม่ได้มีความสัมพันธ์เป็นแค่ข้าราชบริพารกับผู้ปกครองแว่นแคว้น แต่ยังเป็นอาจารย์ของฝ่าบาทด้วย ระหว่างพวกเขาแทบจะรู้ใจกันทุกเรื่อง ปู่ของเจ้าก็เคยพ