าแทนที่ ในดวงตาที่อบอุ่นค่อยๆ ปรากฏความเย็นชาขึ้นมาแล้ว
“คุณชายของสกุลเมิ่ง? ชีวิตหรูหราสุขสบาย? เหอะ…ท่านพ่อ ท่านไม่รู้จริงๆ หรือว่าเลอะเลือนไปแล้ว ตั้งแต่ข้าเมิ่งหนานเกิดมา ข้าต้องพบความยากลำบากในสกุลเมิ่งนี้มากมายเท่าไร ต้องทนรับความทุกข์เพียงใด ถูกคนลอบทำร้ายกี่หน หนีรอดจากความตายมาได้กี่ครั้ง แม้กระทั่งพี่ชายของข้า…การตายของพี่ชายข้าเป็นแค่อุบัติเหตุจริงหรือ”
เมื่อสวี่ซื่อได้ยินเขาพูดถึงบุตรชายคนโตที่ตายไป นางก็ขอบตาแดงในทันที ในใจรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวนัก
“เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร” นายท่านเมิ่งมองตาขวางใส่เมิ่งหนานด้วยสายตาเฉยชา ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเริ่มลนลานทำอะไรไม่ถูก เพราะเขาไม่แน่ใจเลยว่าเมิ่งหนานรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร
เมิ่งหนานแค่นหัวเราะเบา “พูดจาเหลวไหล? ท่านพ่อ ข้าไม่ใช่เด็กน้อยเหมือนในปีนั้นแล้ว ข้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วขอรับ ข้ารู้ว่าอะไรถูก รู้ว่าอะไรผิด รู้ว่าจะต้องโต้เถียงอย่างไร และรู้ว่าชีวิตหรูหราสะดวกสบายของคุณชายมันน่าหัวร่อปานใด”
เขาเคยคิดนับครั้งไม่ถ้วน ว่าหากเขาไม่ได้เกิดในสกุลเมิ่ง พี่ชายของเขาจะต้องตายหรือไม่ ชีวิตของเขาคงจะไม่มีทางพบกับความจนใจเช่นนี้กระมัง
โดยเฉพาะหลังจากที่เขาพบไป๋จื่อที่เมืองชิงหยวน ความรู้สึกนี้ของเขาก็มีแต่จะรุนแรงขึ้น รุนแรงเสียจนเขาต้องการอิสรภาพ อยากเป็นเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ทำแต่เรื่องที่ตนเองอยากทำเท่านั้น
สวี่ซื่อเห็นสองพ่อลู