นของเขาเองก็ย่อมได้ เหตุใดต้องเลือกเดินบนเส้นทางอันยากลำบากเช่นนี้ด้วย
“ข้าต้องการแย่งชิงสิ่งที่ข้าเสียไปคืนมา ยิ่งต้องการให้คนที่ทำร้ายข้าเหล่านั้นชดใช้” เขากลับหลังหันมาเผชิญหน้ากับอาอู่อีกครั้ง “หากข้ากลับไปเมืองหลวง แล้วจะใช้อะไรไปต่อกรกับศัตรูที่กุมกำลังทหาร และมีอำนาจล้นฟ้าพวกนั้นกัน ก่อนที่จะกล้าเผชิญหน้ากับพวกเขา ข้าจำต้องมีอำนาจในการปกป้องตนเองและควบคุมพวกเขา ไม่เช่นนั้นเรื่องเมื่อสามปีก่อนจะต้องเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิมแน่”
อาอู่เข้าใจในทันที เมื่อคิดตามแล้วก็เป็นเช่นที่หูเฟิงว่า หากเขากลับเมืองหลวงตอนนี้ เขาทั้งไม่มีสิทธิ์และอำนาจ จะรับมือศัตรูที่ปรารถนาจะให้เขาตายได้อย่างไร สามปีก่อนคนพวกนั้นก็มีอำนาจล้นฟ้าแล้ว ไฉนเลยตอนนี้จะไม่มีอำนาจมากกว่านั้น
“ท่านอ๋อง ท่านไปเข้าร่วมกองทัพเพียงลำพัง แล้วข้าน้อยจะวางใจได้อย่างไร ให้ข้าน้อยติดตามท่านไปด้วยเถอะ แม้อาอู่ผู้นี้จะไม่มีความสามารถอะไร ทว่าได้อยู่ข้างกายท่าน จะมากจะน้อยอย่างไรก็ปกป้องท่านได้บ้าง”
หูเฟิงส่ายหน้า “ตอนนี้ข้าเป็นห่วงที่นี่ที่สุด ท่านช่วยข้าดูแลพวกเขาให้ดี นั่นก็เท่ากับช่วยข้าได้มากที่สุดแล้ว อาอู่ ข้าฝากท่านด้วย”
น้ำตาร้อนๆ เอ่อมาที่ขอบตาของอาอู่อีกครั้ง นอกจากพยักหน้ารับคำแล้ว เขาจะยังพูดอะไรได้อีกเล่า
ไป๋จื่อชักมือที่กำลังจะเคาะประตู น้ำตาร้อนผ่าวไหลลงอาบแก้ม หยดลงสู่ฝ่ามือ แผดเผาไปถึงหัวใจของนาง
…
สกุลไป๋เกิดการแยกบ