“องค์ชายที่ท่านพูดถึง ใช้จิ้นอ๋องหรือไม่” นางถาม
จ้าวซู่เอ๋อนึกขึ้นได้โดยพลัน รีบพยักหน้า “ใช่ๆ เป็นจิ้นอ๋อง เมื่อครู่ข้านึกไม่ออก ข้าได้ยินอาอู่พูดถึงเขาอยู่สองสามครั้ง ที่พูดถึงก็เป็นชื่อของจิ้นอ๋องนี่แหละ”
ขณะพูด จ้าวซู่เอ๋อก็ถามด้วยความสงสัยอีก “เจ้ารู้ว่าเป็นจิ้นอ๋องได้อย่างไร”
ไป๋จื่อยิ้มกล่าว “วันที่ไปขายหนังสัตว์ พวกข้าไปดื่มชาฟังนิทานที่โรงน้ำชาด้วย ยามคนเล่านิทานพูดถึงจิ้นอ๋อง ข้าเห็นสีหน้าของอาอู่ดูแปลกไป ถึงได้นึกออกเจ้าค่ะ” ตอนนั้นนางไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของอาอู่นัก แต่เมื่อลองนึกดูในตอนนี้ ท่าทางของอาอู่ก็ผิดปกติจริงๆ เพียงแต่ในเวลานั้นนางสนใจเพียงหูเฟิง จึงไม่ได้สนใจเขามากเท่าไรนัก
“ท่านรู้หรือไม่ว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกับจิ้นอ๋อง เหตุใดเกิดเรื่องกับจิ้นอ๋องแล้ว อาอู่ก็โชคร้ายตามไปด้วย” ไป๋จื่อถาม
จ้าวซู่เอ๋อส่ายหน้า “ข้าไม่รู้เรื่องพวกนั้นหรอก ข้าเป็นเพียงหญิงชาวบ้าน มีชีวิตพเนจรติดตามอาอู่ไปก็เท่านั้น ไม่กล้าพูดอะไรกับคนอื่นตามใจชอบ อาอู่เองก็ไม่บอกข้าด้วย”
ไป๋จื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของนางแล้ว ก็ไม่ได้ถามอะไรมากอีก เพียงยิ้มกล่าวว่า “เอาล่ะ อดีตที่เจ็บปวดจบสิ้นลงแล้ว ต่อจากนี้ต่างหาก พวกเราอยู่ที่หมู่บ้านหวงถัว ใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข ทุกวันมีแต่จะดีขึ้นเรื่อยๆ ท่านเชื่อข้านะเจ้าคะ”
อีกฝ่ายพยักหน้าซ้ำๆ ในดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตัน
หลังจากจ้าวซู่เอ๋อไปแล้ว ไป๋จื่อก็