รีบซ่อนปิ่นปักผมไว้ในอกเสื้ออย่างดี เมื่อล้างหน้าล้างตาเสร็จ นางถึงรีบไปยังสกุลหูที่อยู่ด้านหน้า
เป็นดังที่นางคาดไว้ ม้าหายไปจากต้นไม้ที่ปกติจะผูกมันเอาไว้แล้ว…
หลายวันมานี้หูเฟิงออกไปข้างนอกบ่อยครั้งนัก แต่เขาไม่เคยพูดว่าไปที่ไหน หรือไปทำอะไร
นางถอนใจเสียงหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปในลานบ้านอย่างไร้เรี่ยวแรง ครั้นเงยหน้าขึ้น ก็สบเข้ากับดวงตาที่คุ้นเคยคู่หนึ่ง
“เจ้าอยู่บ้านหรือ” นางรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง ทั้งยังตกใจด้วยเช่นกัน
หูเฟิงก้มหน้าลง ซ่อมแซมเก้าอี้ในบ้านต่อ “เก้าอี้ในบ้านเก่าหมดแล้ว หากหลังจากนี้มันผุพังก็ซื้อใหม่เสีย หรือจะปล่อยมันทิ้งไว้ รอข้ากลับมาซ่อมก็ได้”
หากเก้าอี้เสียก็ปล่อยมันทิ้งไว้ รอเขากลับมาค่อยซ่อมอย่างนั้นหรือ ตอนที่เขากลับมา จะยังเป็นหูเฟิงเช่นตอนนี้ใช่หรือไม่
เมื่อเห็นนางไม่ตอบรับ หูเฟิงก็เงยหน้ามองนางอีก “เจ้าเป็นอะไรไป ไม่อยากให้ข้าไปหรือ” มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มจางๆ
ไป๋จื่อรีบตอบรับเสียงหนึ่ง ทำหน้าตาเหมือนไม่รู้สึกอะไร “เชอะ…หลงตัวเองให้น้อยๆ หน่อยเถอะ ข้าไม่ได้อาลัยอาวรณ์เสียหน่อย”
หูเฟิงวางเก้าอี้ในมือลง แล้วเดินไปตรงหน้านาง จับจ้องที่ใบหน้าเล็กเจือสีแดงระเรื่อ “ไยเจ้าถึงหน้าแดง”
นางรีบจับแก้มของตนเอง “ใคร ใครหน้าแดง ข้าก็แค่ร้อน”
เขาจงใจร้องอ๋อยาวๆ เสียงหนึ่ง มองนางคล้ายยิ้ม คล้ายไม่ยิ้ม แล้วยื่นมือไปจับศีรษะของเด็กสาว “เจ้าร้อนนี่เ