ในวันเกิดของเจ้า แต่ตอนนี้ดูท่าจะรอไม่ถึงวันนั้นแล้ว”
ไป๋จื่อรับปิ่นที่เขายื่นมาให้ มันมีขนาดเล็กทว่างดงาม มองแค่ครั้งเดียวก็ทำให้รู้สึกถูกใจได้แล้ว
“เจ้าซื้อมาตั้งแต่เมื่อใด” นางชอบมันมาก ด้วยใจอยากจะมีปิ่นสวยๆ สักชิ้นมาโดยตลอด นางไปร้านขายเครื่องเงินมาก็หลายครั้ง แต่ยังไม่เคยพบเจอชิ้นที่ถูกใจเลยสักครั้ง ทว่าปิ่นชิ้นนี้มีความยาวพอดิบพอดี เล็กกะทัดรัด ตรงใจของนางยิ่งนัก
หรือเพราะใครบางคนเป็นคนมอบให้นาง นางถึงได้รู้สึกถูกใจเป็นพิเศษเช่นนี้
หูเฟิงไม่ตอบ หนำซ้ำยังถามอีกว่า “ยาโถว ข้าได้ยินมาว่ารับปิ่นที่บุรุษมอบให้แล้ว เท่ากับว่ารับความรู้สึกที่บุรุษมอบให้เช่นกัน วันนี้เจ้ารับปิ่นที่ข้ามอบให้แล้ว นั่นเท่ากับว่าเจ้าตกลงปลงใจแล้ว”
เมื่อเห็นไป๋จื่อเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตะลึง เขาก็กล่าวต่ออีกว่า “เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นคนจริงจังมาแต่ไหนแต่ไร เรื่องที่ข้ากำหนดชัดเจนแล้วย่อมไม่อาจเจรจาได้อีก ในเมื่อเจ้าตกลงปลงใจกับข้าแล้ว เจ้าก็ต้องระลึกถึงข้าอยู่เสมอ ห้ามลืมข้าแม้แต่วันเดียว”
ไป๋จื่อรีบยื่นปิ่นกลับไป “เจ้าพูดบ้าอะไรของเจ้า ใครจะตกลงปลงใจกับเจ้ากัน นำคืนไปๆ ข้าไม่ต้องการ”
“เจ้ารับของไปแล้ว ตอนนี้จะคืนข้าก็สายไปเสียแล้ว ข้าผู้นี้หัวรั้นนัก เรื่องที่ข้ากำหนดไว้แล้วจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ต่อให้ตอนนี้เจ้าโยนปิ่นนี้ทิ้งต่อหน้าข้า ทว่าเรื่องที่ตกลงกันไว้แล้วก็จะไม่เปลี่ยนแปลงเช่นเดิม” หูเฟิงกล่าว
เด็ก