ง รีบนำกู้ผิงฮุ่ยและคนรับใช้หลายคนไปยังเรือนไม้ด้านหลัง
ประตูเรือนไม้ปิดสนิท แต่ข้างนอกกลับไม่ได้ลงกลอนไว้ ด้านในมีเสียงสนทนาดังออกมา หญิงชราขยิบตาให้หลิวซื่อครั้งหนึ่ง อีกฝ่ายรู้กัน รีบก้าวไปเคาะประตู “จื่อเอ๋อร์อยู่หรือไม่ ท่านย่ามาหาเจ้า รีบเปิดประตูเร็ว”
เสียงพูดคุยในเรือนไม้จางหายไปโดยพลัน จากนั้นประตูเรือนไม้ก็เปิดออก จ้าวซูเอ๋อยืนมองจากตรงประตู เหลือบเห็นหญิงชราและหลิวซื่อนำหน้าสตรีแปลกหน้าอยู่ข้างนอก จึงขมวดคิ้วถาม “พวกเจ้ามีธุระอะไร”
หญิงชรารู้ว่าจ้าวซู่เอ๋อเป็นภรรยาของอาอู่ ครอบครัวของพวกเขาสามคนอยู่ในเมืองไม่ได้อีกต่อไป ไป๋จื่อจึงพาพวกเขากลับมา บัดนี้ล้วนกลายเป็นคนรับใช้ของพวกนางสองแม่ลูกไปแล้ว
คนรับใช้ของไป๋จื่อ ตามหลักแล้วก็เป็นคนรับใช้ของสกุลไป๋ สายตาที่นางมองจ้าวซู่เอ๋อย่อมไม่มีความเกรงใจอะไรนัก “เจ้าไม่มีสิทธิ์ถาม พาไป๋จื่อออกมาเร็ว มีแขกผู้สูงศักดิ์มาเยือน”
จ้าวซูเอ๋อแม้จะอยู่ในหมู่บ้านนี้ไม่กี่วัน ทว่าบุญคุณความแค้นของสองแม่ลูกไป๋จื่อและสกุลไป๋ นางนับว่ารู้อยู่เจ็ดแปดส่วนเช่นกัน ความประทับใจที่มีต่อเหล่าคนสกุลไป๋จึงย่ำแย่จนถึงขีดสุด
“แม่นางไป๋ไม่สบาย ต้อนรับไม่ได้ พวกเจ้ามีธุระอะไรก็พูดมา หากไม่มีธุระอะไรก็ไปเสีย” ก่อนจะเปิดประตู ไป๋จื่อกำชับไว้แล้วว่านางไม่จำเป็นต้องมีมารยาทกับสองคนนี้
หญิงชราเห็นฮูหยินผู้นั้นโมโหจนหน้าเขียว จึงรีบก้าวไปลากจ้าวซู่เอ๋อออกมา “ข้ามา