้าก็จะไปด้วย?”
อาอู่พยักหน้า “เดิมทีเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นเพราะข้า เจ้ากับแม่นางไป๋ต้องรับกรรมหนักเพราะพวกข้า หากข้ายังเป็นเหมือนเต่าหดหัวในกระดองต่อไป เช่นนั้นข้าจะยังเป็นคนได้อยู่หรือ”
หูเฟิงพยักหน้า “ได้ เช่นนั้นก็ไปด้วยกัน หลังจากพวกเราเข้าเมืองไปแล้วก็แยกทางกัน เจ้าไปหาคนแซ่เฉียน ข้าจะไปหาคนแซ่กู้ ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด ต้องระบายความโกรธขึ้งในใจออกมาให้หมด หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในภายหลัง ข้าจะรับผิดชอบเอง”
“ไม่ต้องให้เจ้ารับผิดชอบหรอก ข้าอาอู่ไม่ใช่คนขี้ขลาด ในเมื่อตัดสินใจจะลงมือแล้ว ก็ไม่กลัวเรื่องใหญ่ในภายหลังหรอก”
ทั้งสองคนสบตากันครั้งหนึ่ง จู่ๆ ก็ยิ้มขึ้นมา ก่อนจะแฝงตัวเข้าไปในความมืดยามค่ำคืนพร้อมกันในทันที
ยามนี้ประตูเมืองปิดแล้ว ทั้งสองคนหามุมหนึ่งที่เงียบสงบ ก่อนจะใช้วิชาตัวเบาเหาะขึ้นไป
อาอู่กล่าวชมท่าทางปราดเปรียวของหูเฟิง “ฝีมือดี!”
หูเฟิงกวาดสายตามองอีกฝ่ายครั้งหนึ่ง ก่อนจะยิ้มจางๆ “เจ้าเองก็ไม่เลว!”
ทั้งสองคนแยกทางกันเมื่อเข้าไปในเมืองแล้ว หูเฟิงมุ่งหน้าไปยังที่ว่าการอำเภอ เจ้าพนักงานเวรกลางคืนหลับไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ เขาตรงเข้าไปที่ศาลาว่าการด้านหลัง หลังจากดูลาดเลาอยู่พักหนึ่ง เขาก็ได้ยินเสียงหอบหายใจแห่งความรักใคร่อย่างสุดซึ้งของหนึ่งบุรุษ หนึ่งสตรีจากด้านนอกเรือนที่ยังจุดเทียนสว่างจ้า
ที่นี่คือด้านหลังเรือนพักอาศัยของกู้เฟิงคัง คนที่สามารถเกี้ยวพาราสีสตรีได้อย่า