แม้สามไม้กระทบโดนตัวจะรู้สึกอยู่ระลอกหนึ่ง แต่ไม่มีทางทำให้นางอ่อนแอจนมีสภาพเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน
อาอู่ถอนใจ กล่าวว่า “แม่นางไป๋ป่วยตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เพื่อตามหาสมุนไพรมารักษาเจ้า นางฝืนตัวเองอยู่ตลอด เมื่อโดนโบยอีกสามไม้ ย่อมต้องทนไม่ไหวกระมัง”
เมื่อวานนางป่วย?
มิน่าเล่า ตอนที่เขาพบนางเมื่อวาน สีหน้านางดูไม่ดีเท่าไร
“ข้าเข้าใจแล้ว เจ้ากลับไปเถอะ นางหลับไปแล้ว” หูเฟิงบอกอาอู่
อาอู่เห็นเขาหมุนกายจะจากไป จึงรีบดึงแขนของเขาไว้ “อาเฟิง เจ้าไปก่อเรื่องที่ที่ว่าการอำเภอไม่ได้นะ”
หูเฟิงพยักหน้า “ข้าไม่ไปหรอก ข้าจะกลับไปกินข้าว”
อาอู่ปล่อยแขนของหูเฟิง มองอีกฝ่ายเดินไปยังลานบ้านด้านหน้าทีละก้าว ในใจของเขาไม่ผ่อนคลายสักนิด หูเฟิงบอกว่าจะไม่ไป แต่เหตุใดเขากลับรู้สึกไม่เชื่อ
…
ม่านราตรีโรยตัว เงาดำสายหนึ่งออกจากหมู่บ้านหวงถัว เพิ่งถึงถนนบริเวณหน้าหมู่ด้านได้ไม่เท่าไร เงาดำอีกสายหนึ่งก็พลันปรากฏออกมา สองคนเกือบจะประมือกัน ก่อนที่คนหนึ่งในนั้นจะกดเสียงกล่าว “ข้าเอง!”
หูเฟิงเก็บกระบวนท่า แล้วปลดผ้าปิดหน้าลง เขาขมวดคิ้วถาม “เหตุใดเจ้าถึงอยู่ที่นี่”
อาอู่เองก็ปลดผ้าปิดบังใบหน้าลงเช่นกัน เขาเกาศีรษะ “ข้ารอเจ้าอยู่ ข้ารู้ว่าเจ้าจะมา”
ชายหนุ่มมองอาอู่ที่อยู่เบื้องหน้า รอยมีดบนใบหน้ายิ่งดูหน้ากลัวเมื่ออยู่ภายใต้ยามค่ำคืนที่มืดสลัว ทว่าดวงตาของเขากลับสดใสชัดแจ้ง บนใบหน้าแฝงรอยยิ้มที่ทำให้เขาสบายใจ “เจ