พวกเจ้าวันนั้น เป็นคนของเถ้าแก่เฉียนหรือ”
ไป๋จื่อคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะได้ยินบทสนทนานี้ เดิมทีนางไม่อยากบอกให้เขารู้ ด้วยกลัวว่าเขาจะรู้สึกผิด
“พี่อู่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับท่าน ท่านไม่จำเป็นต้องโทษตัวเอง”
อาอู่นึกถึงความยากลำบากที่ทั้งสองคนได้รับในสองวันนี้ ขอบตาพลันแดงก่ำขึ้นมา “จะไม่เกี่ยวกับข้าได้อย่างไร หากไม่ใช่เพราะข้า พวกเจ้าจะ…จะถูกพวกเขาทำร้ายจนมีสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร”
หูเฟิงเพิ่งกลับมาจากประตูแห่งความตาย ไป๋จื่อเกือบสังเวยชีวิตให้เสือเพื่อจะช่วยหูเฟิง และต้นตอของทุกอย่างนี้ กลับเป็นเพราะวันนั้นทั้งสองคนช่วยออกหน้าแทนเขา
เขากำสองหมัดจนแน่นเสียจนข้อนิ้วส่งเสียงดังลั่น “ข้าจะไปหาเขา!” เขาผุดลุกขึ้นกลับหลังกัน หมายจะออกจากประตูไป
ไป๋จื่อรีบขวางเข้าไว้ “พี่อู่ ท่านไปไม่ได้”
อาอู่จะยอมได้อย่างไร “ข้าไม่อาจให้พวกเจ้ารับความทุกข์ยากเช่นนี้ไปเปล่าๆ ปลี้ๆ ข้าต้องไปคิดบัญชีกับเขา กรรมเกิดจากเหตุ มีเหตุจึงมีผลตามมา พวกเขาต้องชดใช้กรรม ข้าจะไปหาพวกเขาโดยเร็วที่สุด ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่กลัวพวกเขา”
“พี่อู่ หากท่านไปเช่นนี้ก็เท่ากับว่าไปตาย วางใจเถอะ ข้าไม่มีทางให้พวกเขาทำตัวเหนือกฎหมาย พรุ่งนี้ข้าจะไปร้องเรียนเขาที่ที่ว่าการอำเภอ ให้ใต้เท้ากู้ดูแลพี่เขยของเขาให้ดีเสียหน่อย” ไป๋จื่อกล่าว
อีกฝ่ายรีบพูด “นั่นคงจะไม่ได้ ใต้เท้ากู้ผู้นั้นไม่ใช่คนดีอะไร หากไม่ใช่เพราะเขาจงใจปล่อยให้กระทำคว