้านบอกส้นทางลงเนินเขากับอาอู่ ทั้งยังให้เขานำมีดดาบสำหรับตัดฟืนไปด้วย อย่างไรก็ได้ใช้ป้องกันตัวระหว่างทาง
เดิมทีอาอู่คิดจะบอกว่าไม่จำเป็น แต่เขาก็ไม่อยากให้หัวหน้าหมู่บ้านต้องเป็นห่วง จึงรับมีดดาบไว้ ก่อนจะถือคบเพลิงออกจากหมู่บ้านหวงถัวไปอย่างรีบร้อน
…
ท้องฟ้าเริ่มมีสว่าง ขาวเหมือนพุงปลาก็ไม่ปาน กองไฟดับไปแล้ว บนศีรษะของไป๋จื่อและหูเฟิงมีเหงื่อสะสมอยู่ไม่น้อย เสื้อผ้าก็เปียกชุ่มไปเสียครึ่งหนึ่ง
ทั้งสองคนอิงแอบอยู่ด้วยกัน ด้วยเพราะอากาศหนาวเย็นจนเกินไป ไป๋จื่อจึงซุกตัวเข้าไปอยู่ในหูเฟิงอยู่ตลอด สีหน้าของหูเฟิงก็ไม่สู้ดีเท่าไรนัก บนใบหน้ามีแต่สีแดงระเรื่อจากอาการไข้ แม้ดวงตาจะปิดสนิท ทว่าหัวคิ้วกลับขมวดเข้าหากันไม่ยอมคลาย
…
อาอู่ทิ้งคบเพลิงที่อยู่ในมือไป ก่อนจะเดินฝ่าร่องน้ำในเขาที่ไร้ร่องรอยผู้คน ขณะที่เดินอยู่นั้น เขาได้ยินเสียงที่แปลกประหลาดจำนวนหนึ่ง คล้ายกับเสียงร้องในลำคอของสัตว์ป่า
เขาดึงมีดดาบออกมาจากช่วงเอว พลางผ่อนฝีเท้าเดินไปข้างหน้าอีกสองสามก้าว จนกระทั่งเห็นภาพที่ทำให้เขาหัวใจเต้นรัวเร็ว
หมาป่ากำลังแยกเขี้ยวเข้าใกล้ไป๋จื่อและหูเฟิงที่กำลังนอนหลับ พวกมันก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ราวกับเฝ้าระวังมนุษย์ตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน คิดจะเข้าใกล้พวกเขาอย่างเงียบๆ แล้วสังหารเหยื่อของพวกมันอย่างรวดเร็วที่สุด
ทันใดนั้นเอง หมาป่าที่นำอยู่ข้างหน้าสุดก็พลันกระโจนตัว อ้าปากที่เต็มไปด้วยฟันแห