เลยที่ไม่รับว่าราบเรียบเป็นพิเศษ ส่วนไป๋จื่อกำลังง่วงหงาวหาวนอน
จู่ๆ รถม้าก็หยุดลง ความเฉื่อยทำให้ร่างกายของนางเสียสมดุล เกือบจะหน้าคว่ำเลยทีเดียว
“ถึงแล้วหรือ” นางลืมตากึ่งหนึ่งมองออกไปนอกตัวรถ แต่กลับเห็นรถม้าหยุดอยู่ระหว่างทาง ทั้งสองฟากฝั่งล้วนเป็นที่นา ส่วนหมู่บ้านหวงถัวอยู่ไกลออกไปสุดสายตา
หูเฟิงลงจากรถไปแล้ว ตอนนี้ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน
ไป๋จื่อบ่นอยู่ในใจ ‘เขาไปปลดทุกข์หรือ ไม่เช่นนั้นเหตุใดถึงจอดรถม้าไว้ที่นี่’
นางจึงไม่ได้ลงจากรถม้า ด้วยกลัวว่าจะเห็นอะไรที่ไม่สมควรเห็นเข้า
หลังจากรออยู่พักหนึ่ง หูเฟิงก็กลับมา บนหน้าผากมีเหงื่อเม็ดละเอียดซึมออกมาด้วย นางรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากอกเสื้อ แล้วยื่นให้เขา “เช็ดสักหน่อยเถอะ ดูสิเจ้าเหงื่อแตกเต็มหน้าแล้ว หรือช่วงนี้จะกินเนื้อสัตว์เยอะเกินไป เจ้าถึงได้ท้องผูกเช่นนี้”
หูเฟิงมองตาขวางใส่นาง “เจ้าพูดมั่วอะไร เป็นสาวเป็นนาง ช่างกล้าพูดจาตรงไปตรงมาเสียจริง”
ไป๋จื่อยักไหล่ “ก็แค่เป็นห่วงเจ้าตามหลักความเป็นมนุษย์เท่านั้น ท้องผูกไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร หลายๆ คนล้วนมีความกลัดกลุ้มเหมือนกับเจ้า ข้าเป็นหมอ ย่อมรู้วิธีรักษาอาการท้องผูกได้โดยเร็ว หากเจ้าต้องการ ข้าจะ…”
ชายหนุ่มพูดดักคอนางในทันที “เมื่อครู่มีคนตามพวกเรามา”
“เจ้าว่าอะไรนะ” ไป๋จื่อชะงัก
“มีคนตามพวกเรามา ทีแรกข้าคิดว่าเป็นเพียงคนที่ร่วมเส้นทางกันเท่านั้น แต่ตลอดทางมานี้ คนผู้นั้นขี่ม้า