างไร สามีของเจ้ายังนอนอยู่ตรงนี้ ยังไม่ตายเสียหน่อย เจ้าร้องไห้คร่ำครวญเช่นนี้ คนข้างนอกได้ยินเข้าคงจะได้คิดว่าเจ้ากลายเป็นหญิงหม้ายแล้วจริงๆ”
นางไม่อาจระบายโทสะที่อยู่ในใจออกมาได้ จึงหาที่ระบายอารมณ์
ไหนเลยหลิวซื่อจะกล้าโต้เถียง ตอนนี้แม่สามีต่อว่าอะไรนางก็รับได้ทั้งนั้น ไม่เช่นนั้นขาของเจ้าใหญ่คงจะได้พิการเป็นแน่แท้
“ท่านแม่ เจ้าใหญ่เป็นบุตรชายคนโตของสกุลไป๋ เสาหลักของสกุลไป๋พวกเรา ไม่อาจปล่อยให้เขากลายเป็นคนพิการได้ ท่านแม่ ท่านต้องช่วยเขาด้วยนะเจ้าคะ” หลิวซื่อคุกเข่าอยู่ต่อหน้าแม่สามี ร้องไห้โอดครวญพลางกล่าว
หากเป็นคนอื่น ไม่ว่าใครจะได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าจะได้รับบาดเจ็บที่ขาหรือมือ ขอเพียงมีเงิน นำเงินออกมาก็รักษาบาดแผลและอาการป่วยไข้ได้แล้ว นี่ล้วนเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ยังต้องขอร้องกันอีกหรือ
ทว่าสกุลไป๋กลับไม่เหมือนครอบครัวไหน ความใจดำของหญิงชราเลื่องชื่อไปไกล หลิวซื่อเป็นสะใภ้ของนางมาสิบกว่าปี จะไม่รู้นิสัยของแม่สามีตนเองได้อย่างไร อย่างไรสำหรับนางเงินก็สำคัญกว่าชีวิตอยู่แล้ว
“เจ้าใหญ่เป็นบุตรชายของข้า เขาได้รับบาดเจ็บ ข้ายิ่งรู้สึกปวดใจมากกว่าเจ้า ที่เจ้าพูดหมายความว่าอย่างไร? อย่างกับข้าจะไม่ยอมช่วยเขาอย่างนั้นแหละ” หญิงชรากล่าว
‘เจ้าสามก็เป็นบุตรชายของท่านเช่นกัน แล้วท่านช่วยเขาหรือไม่? สามีของตัวท่านเอง ท่านได้ช่วยไว้หรือไม่?’ จางซื่อพูดอยู่ในใจ
ไป๋เสี่ยวเฟิงที่เดิมทีนอน