่าไป ส่วนพวกเจ้าบ้านรองก็อย่าหวังจะได้กินเลย”
เจ้ารองเห็นมารดาของตนโมโหขึ้นมา สีหน้าของจางซื่อที่อยู่ข้างกายก็ไม่ค่อยดีนัก ขณะกำลังจะกัดฟันตอบตกลง ก็กลับได้ยินภรรยาของตนกล่าวว่า “หยิบมาเองโดยไม่ถาม นั่นเท่ากับขโมย พวกท่านจะไปก็ไปเอง เจ้ารองจะไม่ไป อีกอย่าง หากเจองูพิษหรือสัตว์ป่าอะไรเข้า ก็อาจจะต้องตายเพราะแตงดินสองสามหัวก็เป็นได้”
หลิวซื่อแหวเสียงแหลม “เจ้าจำคำพูดของเจ้าไว้ให้ดี เมื่อเจ้าใหญ่นำแตงดินกลับมา พวกเจ้าก็อย่าได้คิดว่าจะมีอะไรกินเลย”
จางซื่อแค่นหัวเราะ “ไม่กินก็ไม่กิน พวกข้าไม่ได้เสียดายสักหน่อย” ครั้นกล่าวจบ นางก็จูงมือเจ้ารองและบุตรธิดาทั้งสองคนกลับห้องไป
เมื่อกลับถึงห้อง เจ้ารองก็รีบถาม “เจ้าช่างดีจริงๆ รู้จักเป็นห่วงข้าด้วย”
นางมองตาขวางใส่สามีครั้งหนึ่ง แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ข้าไม่ได้เป็นห่วงเจ้า ข้าเป็นห่วงตัวข้าเอง ถึงเจ้าจะเป็นสามีที่ไม่มีประโยชน์มากกว่านี้ แต่มีก็ดีกว่าไม่มีนัก หากเจองูพิษหรืออะไรกัดเข้าจริงๆ เจ้าคิดว่าท่านแม่ของเจ้าจะนำเงินออกมารักษาชีวิตเจ้าหรือไม่”
เจ้ารองพลันชะงัก เมื่อคิดถึงการตายของน้องสามและท่านพ่อในปีนั้น ก็ล้วนเป็นเพราะท่านแม่ไม่ยอมตัดใจนำเงินออกมาเชิญหมอ จึงต้องเสียชีวิตของคนทั้งสองไปเปล่าๆ หากน้องสามยังอยู่ จ้าวหลานก็จะไม่จากไป สองสามีภรรยาทำงานเก่งถึงเพียงนั้น ตอนนี้สกุลไป๋ของพวกเขาคงไม่ต้องทนลำบากตรากตรำ มีข้าวกินมื้อนี้ แต่ไม่มี