ดูคนบ้านใหญ่เสียสิ เจ้ายังอดทนต่อไปได้อีกหรือ สะใภ้ใหญ่แต่ไหนแต่ไรรู้จักแต่กิน ขี้เกียจทำงาน ทั้งยังชอบชี้นิ้วสั่งผู้อื่น พี่ใหญ่ดูเหมือนห้าใหญ่สามหนา[1] แต่กลับเกียจคร้านไม่อยากเสียแรง แม้จะมีแรงแต่กลับไม่ยอมออกแรง เช่นนั้นก็ต่างอะไรกับไม่มีแรงกระมัง ที่สำคัญที่สุด ต้าเป่าต้องการแม่สื่อแล้ว เช่นนั้นไม่ต้องใช้เงินหรืออย่างไร ส่วนเสี่ยวเฟิงก็ต้องเสียเงินเข้าเรียนในทุกปี ต่อไปสอบได้ระดับซิ่วไฉแล้วต้องใช้เงินมากกว่านี้แน่ แล้วเงินเหล่านี้จะได้มาอย่างไร ไม่ใช่ล้วนต้องออกมาจากในหีบเงินของแม่เจ้าหรอกหรือ นางมีเงินเล็กน้อยเพียงนั้นเจ้าก็รู้ดี เมื่อจัดการเรื่องของหลานชายทั้งสองเสร็จสิ้น เช่นนั้นจะยังเหลือเงินอีกเท่าไร ถึงตอนนั้นแล้วฟู่กุ้ยจะทำอย่างไร ถึงเวลาที่เจินจูจะต้องแต่งออกแล้วจะทำอย่างไร หากไม่ถือโอกาสแยกบ้านเสียตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้ใช้เงิน เช่นนั้นต้องรอไปถึงเมื่อไรกัน”
เจ้ารองถูกภรรยาต่อว่าจนตาสว่างแล้ว เขาพยักหน้าหงึกหงักตามคำพูดของนาง “เจ้าพูดถูก มีเหตุผลนัก เหตุใดก่อนหน้านี้ข้าถึงคิดไม่ถึงมาก่อนเลย”
จางซื่อกลอกตาขาวใส่สามีอีกครั้ง “เจ้ามันสมองหมู จะไปคิดอะไรได้”
ในที่สุดไป๋เจินจูก็ผ่อนลมหายใจ ‘จะแยกบ้านแล้ว ดียิ่ง ดีเหลือเกิน’
ขอเพียงแยกบ้านได้ ขอเพียงตัดความสัมพันธ์กับท่านย่า ท่านลุง และท่านป้าสะใภ้โดยสิ้นเชิงได้ นางก็จะไปตีสนิทกับไป๋จื่อ จะได้ใช้ไป๋จื่อเป็นข้ออ้างเข้าใกล้หูเ