ลอกตาขาวใส่สามี ก่อนจะยื่นมือไปจิ้มที่หน้าผากของเขา “สมองของเจ้าก็ใหญ่ถึงเพียงนี้ จะไม่ใช้คิดวิเคราะห์อะไรเลยหรือ ในนั้นมีอะไรอยู่กันแน่ หรือจะเป็นขี้เลื่อย”
เจ้ารองไม่เข้าใจว่าภรรยาหมายถึงอะไร จึงเกาศีรษะพลางกล่าว “เจ้ามีอะไรก็พูดมาตามตรง ไหนเลยข้าจะรู้แผนการของเจ้า”
ไป๋เจินจูที่เงียบเชียบอยู่ข้างๆ มาโดยตลอดพูดขึ้นว่า “ท่านพ่อ ท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือ ให้พวกเขาไปขุดแตงดินเอง เมื่อเกิดเรื่องขึ้นมา ก็ให้พวกเขารับผิดชอบไป แต่หากไม่ได้เกิดเรื่องขึ้น เมื่อของเข้าสกุลไป๋แล้ว อย่างไรย่อมต้องมีส่วนของพวกเรา”
“แต่พวกเขาจะยอมหรือ” เจ้ารองมุ่นคิ้ว
จางซื่อแค่นหัวเราะ “ไม่ยอม? ไม่ยอมล้วนดีที่สุด ข้าอยากจะให้พวกเขาไม่ยอมนัก เพราะข้ากำลังคิดจะแยกบ้านกับพวกเขาพอดี นี่นับเป็นโอกาสดีทีเดียว! อีกอย่าง ก่อนหน้านี้เรื่องที่พวกบ้านใหญ่เอาแต่กินและนอน ให้พวกเราทำงานหนักเพียงฝ่ายเดียวก็ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แล้วอย่างไร กินแตงดินของพวกเขาหนึ่งถึงสองหัว พวกเขาจะไม่ยอมเลยหรือ เช่นนั้นก็ดี แยกบ้านกันเสีย ต่างคนต่างอยู่”
เจ้ารองนับว่าเข้าใจแล้ว ไม่ว่าจะพูดอีกกี่พันกี่หมื่นรอบ เป้าหมายสุดท้ายของภรรยาก็ยังคงเป็นการแยกบ้าน แตงดินเป็นเพียงแค่ข้ออ้างหนึ่งเท่านั้น และนางใคร่ครวญถูกต้องแล้วว่าสตรีชั่วหลิวซื่อจะไม่ยอม
ครั้นเห็นสามีไม่โต้เถียงอะไร จางซื่อก็พูดอีกว่า “เจ้ารอง แท้จริงแล้วเจ้ามีสมองหรือไม่ เจ้าลองมอง