หูเฟิงเป็นวรยุทธ์ แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าแท้จริงแล้ววรยุทธ์ดีเลิศถึงระดับใด
ครั้งก่อนเขาหักแขนทั้งสองข้างของเจ้าใหญ่ได้อย่างง่ายดาย ไม่ต่างอะไรจากการหักกิ่งไม้บางๆ…
ไป๋จื่อมองหลิวซื่อ กล่าวคล้ายยิ้ม คล้ายไม่ยิ้มว่า “หากเจ้าไม่เชื่อ ก็ไปถามหูเฟิงเถิด เขาจะบอกเจ้าว่าความจริงเป็นอย่างไร”
ครั้นหลิวซื่อนึกถึงใบหน้าเย็นชาราวกับภูเขาน้ำแข็งของหูเฟิง นางก็พลันหนาวสันหลังวาบขึ้นมา ก่อนจะยิ้มเจื่อนว่า “ไม่ต้องๆ เจ้าก็พูดแล้วว่าหูเฟิงเป็นคนฆ่า ข้าไหนเลยจะไม่เชื่อ” นางก้มหน้าลงมองแตงดินถุงหนึ่งข้างๆ จ้าวหลาน พลางยิ้ม “แตงดินเหล่านี้ก็ให้ข้านำกลับไปเถอะ ข้าจะช่วยเจ้าขายเอง รับรองว่าขายได้ราคาสูงอย่างรวดเร็วแน่นอน”
ทันทีที่พูดจบ นางก็ยื่นมือไปหยิบแตงดินถุงนั้น
ไป๋จื่อคว้าข้อมือของนางเอาไว้โดยพลัน แล้วออกแรงดันนางออกไป “จะทำอะไร? จะแย่งไปซึ่งๆ หน้าหรือ? เจ้าเบิกตามองหน่อยเถิด ที่นี่ไม่ใช่สกุลไป๋ของพวกเจ้า ยังมีดวงตาหลายคู่มองอยู่นะ”
สีหน้าของหลิวซื่อเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวแดง อยากจะแสดงอารมณ์โกรธ ทว่าก็ไม่กล้าพอ “จื่อยาโถว เจ้าพูดมั่วอะไรกัน? ข้าจะแย่งไปได้อย่างไร? ข้าพูดแล้วไม่ใช่หรือ ว่าข้าจะช่วยพวกเจ้าขาย ประมาณสองสามวันก็ได้เรื่องแล้ว”
เด็กสาวโบกมือ “ไม่จำเป็น พวกข้ารับความหวังดีของเจ้าไม่ได้ เจ้าไปตากลมพักผ่อนที่ไหนก็ไปเถอะ”
จากนั้นไป๋จื่อก็ถามจ้าวหลาน “ท่านแม่ ล้างเสร็จหรือแล้วใช่หรือไม่”
จ้าวหลา