สเลิศถึงเพียงนั้น ข้าอดใจไม่ไหวหรอก”
เมิ่งหนานถลึงตาใส่เขา “เจ้าหุบปากไป”
ไป๋จื่อเห็นบรรยากาศไม่ค่อยดีนัก จึงเข้าไปไกลเกลี่ย เอ่ยถามเมิ่งหนานว่า “พี่เมิ่ง ท่านมาหาข้าในเวลานี้ มีธุระอะไรหรือเจ้าคะ”
เมิ่งหนานพลันมีสีหน้าอ่อนระโหยโรยแรง มองไป๋จื่อด้วยแววตาโศกเศร้า “ข้าไม่มีธุระอะไรก็มาหาเจ้าไม่ได้หรือ”
บนใบงดงามขนาดเล็กจ้อยของไป๋จื่อเริ่มปรากฎความอึดอัด นางยิ้มจางๆ ตอบว่า “ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ในเมื่อท่านมาแล้ว อยากดูบ้านใหม่ของข้าหรือไม่”
เมิ่งหนานชี้ไปยังบ้านที่กำลังสร้างอยู่ “เจ้าหมายถึงบ้านหลังนี้หรือ”
เด็กสาวพยักหน้า “ใช่เจ้าค่ะ ไม่อยากดูหน่อยหรือเจ้าคะ”
จินเสี่ยวอันรีบยกมือ “ข้าอยากดูๆ ก่อกำแพงด้านนอกสูงเช่นนี้ ข้าอยากดูว่าด้านในจะเป็นอย่างไร”
หูเฟิงดูไม่ค่อยอยากจะเข้าร่วมอย่างเห็นได้ชัด และเขาไม่อยากตีฝีปากกับเมิ่งหนานอีกต่อไปเช่นกัน “พวกเจ้าไปเถอะ ข้าจะกลับไปหุงข้าว”
“หุงข้าว? เจ้าหุงข้าวเป็นด้วยหรือ” เมิ่งหนานทำสีหน้าไม่อยากเชื่อ
หูเฟิงไม่สนใจเขา ก่อนจะหมุนกายจากไป
เมิ่งหนานดึงแขนเสื้อของไป๋จื่อ “เขาหุงข้าวเป็นจริงๆ หรือ”
ไป๋จื่อพยักหน้า “เป็นเจ้าค่ะ หุงข้าวสวยไม่ใช่เรื่องยาก ข้าสอนเขาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ตอนนี้เขาหุงข้าวเก่งเป็นอย่างยิ่ง”
“แต่เขาเป็นบุรุษ เหตุใด…เหตุใดเขาถึงยอมทำงานที่ผู้หญิงทำเล่า” เมิ่งหนานไม่เข้าใจ ในสายตาของเขา หูเฟิงไม่เหมือนกับบุรุษในหมู่บ้านต