ำ
จินเสี่ยวอันมองไปยังหูเฟิงและไป๋จื่อเช่นกัน ก่อนที่จู่ๆ จะหัวเราะร่าขึ้นมา “พวกเขาสองคนช่างเหมาะสมกันจริงๆ มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันเช่นนี้ ไม่ช้าก็เร็วต้องได้เกี่ยวดองกันแน่”
คิ้วได้รูปสวยของเมิ่งหนานขมวดเข้าหากันในทันที เขากันหน้าไปถลึงตาใส่จินเสี่ยวอันอย่างดุดัน กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เหมาะสมอะไร เหมาะสมตรงที่ใด ข้าไม่เห็นมองออกเลยสักนิด เจ้าพูดจาเพ้อเจ้อให้น้อยๆ หน่อยเถอะ”
องครักษ์จินทำหน้าตางงงัน คุณชายเป็นอะไรไป เขาเพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้น ไยต้องจริงจังถึงเพียงนั้นด้วย
เมิ่งหนานเดินไปหาไป๋จื่อและหูเฟิงพร้อมใบหน้าบึ้งตึง
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าอันเร่งร้อน หูเฟิงก็หันไปมอง เห็นเมิ่งหนานที่บัดนี้มีสีหน้าไม่ค่อยพอใจ กำลังส่งสายตาอันแปลกประหลาดสายหนึ่งมาให้เขา เขาจึงยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้ “ผีที่หิวโหยมาแล้ว รีบไปเตรียมทำอาหารเถอะ”
“เจ้าว่าใครเป็นผีที่หิวโหย” เมิ่งหนานกล่าวด้วยความพอใจมากยิ่งขึ้น
หูเฟิงยักไหล่ “ใครอยากจะรับก็รับไป”
เมิ่งหนานรู้สึกโมโหไม่น้อย เขาชี้ไปทางหูเฟิงด้วยความโกรธเกรี้ยว “บอกว่าข้าเป็นผีที่หิวโหย ข้าว่าเจ้าต่างหากที่เป็น มีครั้งไหนเจ้ากินแล้วไม่ต้องแย่งกับข้าบ้าง”
หูเฟิงเลิกคิ้ว แล้วกวาดสายตามองจินเสี่ยวอัน “เจ้าแน่ใจนะว่าคนที่แย่งอาหารกับเจ้าเป็นข้า ไม่ใช่เขา”
จินเสี่ยวอันหน้าแดง หัวเราะแห้งๆ พลางเกาหัว “ข้าแย่งจริงๆ นั่นแหละ ใครใช้ให้อาหารที่แม่นางไป๋ร