ือเศษอาหารเต็มโต๊ะให้คนที่ลำบากที่สุด
เขาเป็นคุณชายในตระกูลร่ำรวยมานาน แต่ลืมแม้กระทั่งมารยาทพื้นฐานเช่นนี้ไปจนสิ้น
ไป๋จื่อเข้ามาจากข้างนอก เห็นเมิ่งหนานนั่งเหม่ออยู่หน้าโต๊ะ จินเสี่ยวอันก็กำลังกุมท้องพิงเก้าอี้ ส่วนหูเฟิงกำลังยกชาขึ้นดื่ม
“เป็นอย่างไรเจ้าคะ ไม่อร่อยหรือ เหตุใดไม่กินกันแล้วเล่า”
จินเสี่ยวอันหันหน้ามา พลางยิ้มเบิกบาน “ขอโทษนะแม่นางไป๋ เป็นเพราะหิวเกินไป อีกทั้งอาหารของเจ้าอร่อยยิ่งนัก พวกข้าอดใจไม่ไหว จึงลงมือกินก่อน”
ไป๋จื่อนั่งลงด้านขวาของหูเฟิง จานบนโต๊ะส่วนใหญ่ล้วนว่างเปล่าแล้ว เหลือเพียงส่วนผสมสำหรับปรุงรสที่ก้นจาน
“พวกท่านชอบก็ดีแล้วเจ้าค่ะ สิ่งที่คนทำอาหารเห็นแล้วดีใจมากที่สุด ก็คือการที่อาหารของตนเองได้รับการต้อนรับอย่างดี”
จินเสี่ยวอันรีบกล่าว “ต้อนรับสิ ต้อนรับเป็นอย่างยิ่งเลย ถ้าได้กินทุกวันก็คงดี”
เด็กสาวส่ายหน้า “นั่นเกรงว่าจะไม่ได้เจ้าค่ะ แม้ข้าจะชอบทำอาหาร แต่ไม่ได้ชอบการเป็นแม่ครัว การทำอาหารเป็นงานอดิเรกของข้า แต่ไม่ใช่งานที่ข้าชอบ ต่อไปหากพวกท่านอยากกินอาหารฝีมือข้า ได้โปรดมาที่หมู่บ้านหวงถัวของข้านะเจ้าคะ มื้อนี้นับเป็นคำขอบคุณที่ข้ามอบให้พี่เมิ่ง ขอบคุณที่วันนั้นท่านเสียสละตนเองช่วยข้าไว้”
เมื่อพูดถึงเรื่องในวันนั้น จนถึงตอนนี้เมิ่งหนานยังคงไม่เข้าใจ ว่าความกล้าหาญในวันนั้นของตนโผล่มาจากที่ใด หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นซ้ำอีกครั้ง เขาจะยังกล้าหาญเหม