ือนในวันนั้นหรือไม่
“เจ้าเป็นสตรี ข้าเป็นบุรุษ บุรุษต้องปกป้องสตรี นับเป็นครรลองตามธรรมชาติ อีกอย่าง พวกเราเป็นสหายกัน เจ้าช่วยข้า ข้าช่วยเจ้า ล้วนเป็นสิ่งที่สมควรแล้ว”
สายตาเย็นชาของหูเฟิงกวาดมองเมิ่งหนานครั้งหนึ่ง ก่อนจะเบะปาก “กินข้าวเถอะ ข้าเก็บไว้ให้เจ้าด้วย” เขาดันจานที่ใส่อาหารจนเต็มไปตรงหน้าไป๋จื่อ ก่อนจะส่งตะเกียบคู่หนึ่งให้นางด้วย
ไป๋จื่อรับตะเกียบไปอย่างเป็นธรรมชาตินัก และถือโอกาสคีบเนื้อกระต่ายชิ้นหนึ่งเข้าปาก หลังจากเคี้ยวไปแล้ว นางก็มุ่นคิ้วเล็กน้อย “ยังขาดอะไรไปบางอย่าง ถ้ามีน้ำจิ้มเปรี้ยวเผ็ดน่าจะดีกว่านี้ รสชาติยังดีกว่านี้ได้อีก”
จินเสี่ยวอันฟังแล้วก็ตาเป็นประกาย “น้ำจิ้มเปรี้ยวเผ็ดคืออะไรหรือ ข้าได้ยินแล้วรู้สึกดียิ่งนัก จะต้องอร่อยมากแน่”
ใครจะไปคิดว่าองครักษ์จินที่ปกติดูดุดัน กลับเป็นคนช่างกินที่ไม่เลือกกินอะไรเลยสักอย่างเช่นนี้
“น้ำจิ้มเปรี้ยวเผ็ดเป็นน้ำจิ้มเผ็ดที่มีเอกลักษณ์อย่างยิ่งชนิดหนึ่งเจ้าค่ะ ข้าทำเป็น ทว่าต้องใช้เวลา วันหน้าหากมีเวลาว่างจะทำส่งให้พวกท่านสักหน่อยนะเจ้าคะ” ไป๋จื่อกล่าว
“อ้อ จริงสิ ตอนที่ข้าทำอาหารอยู่ในห้องครัวเมื่อคู่ เด็กสาวนามตงเอ๋อร์ เรียกตัวเองว่าเป็นสาวใช้ของคุณหนูใหญ่ผู้หนึ่ง เฝ้าดูอยู่ข้างๆ ยามที่ข้าทำอาหารอยู่ตลอด บอกว่าต้องการเรียนทำอาหารที่ข้าทำให้พวกท่าน ถึงเวลาหนึ่งพวกท่านอยากกินอาหารเผ็ดร้อนเช่นวันนี้ ไปหาคุณหนูใหญ่ก็ใช้ได