องครักษ์จินที่จับจ้องกระเป๋าผ้าของนางตลอดเวลา ในแววตามีความตะกละฉายชัดอย่างเข้มข้น นางนึกขึ้นได้โดยพลันว่าครั้งก่อนนำจีตั้นปิ่งมาด้วย แต่วันนี้นางไม่ได้นำอะไรมาเลย…
เด็กสาวยิ้มแห้งๆ กล่าวกับเมิ่งหนานว่า “หลายวันนี้รู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
เมิ่งหนานยิ้มรับ “ดีทีเดียว นอกจากหิวอยู่ตลอดแล้ว ก็ไม่ได้รู้สึกไม่สบายตัวตรงไหน”
องครักษ์จินอดทนรอไม่ไหวแล้ว พุ่งเข้าไปรับกระเป๋าผ้าของนาง ขณะเดียวกันก็ยิ้มไม่ยอมหุบ “เจ้ามาก็ดีแล้ว เหตุใดต้องนำของติดมือมาด้วยทุกครั้ง เช่นนี้ลำบากเจ้านัก ข้าเกรงใจมากจริงๆ”
ไป๋จื่อตีมือเขา รอยยิ้มของนางดูเก้ๆ กังๆ ขึ้นเรื่อยๆ “พี่จิน ข้าขอโทษจริงๆ วันนี้รีบร้อนออกจากบ้าน จึงไม่ได้นำอะไรติดมือมาด้วย แต่ครั้งหน้าจะนำของอร่อยมาให้พวกท่านอย่างแน่นอน”
รอยยิ้มบนใบหน้าขององครักษ์จินชะงักค้าง “อะไรนะ ไม่ได้นำอะไรติดตัวมาเลยหรือ แม้แต่จีตั้นปิ่งก็ไม่มีรึ”
“ไม่มีเจ้าค่ะ” ไป๋จื่อส่ายหน้า
“จ๊อก…” ปากขององครักษ์จินไม่ได้ส่งเสียงอะไร ทว่าเสียงจากท้องของเขายังคงส่งเสียงดัง
เมิ่งหนานก็รู้สึกหมดหวังเช่นกัน ทว่านึกถึงสภาพของตนเองและองครักษ์จินแล้ว เขาก็รู้สึกว่าน่าขันนัก เพราะพวกเขาเหมือนเด็กชายสองคนรอบิดามารดากลับมาป้อนอาหารให้อย่างไรอย่างนั้น
“จื่อยาโถว ขอเจ้าอย่าได้หัวเราะเยาะ จินเสี่ยวอันผู้นี้ตั้งแต่กินอาหารของเจ้า ก็ทรมานที่จะกลืนอาหารจากห้องครัวด้านหลังศาลาว่าการ วันนี้เห็นว