ลานี้ นางต้องได้เสบียงอาหารในทันที
“จื่อยาโถว ท่านแม่เจ้าหลับแล้ว แต่ข้าพบเจ้าแทนก็เหมือนกัน เปิดประตูเถอะ” พวกนางนับว่าดูออกแล้ว ว่าคนที่พูดอยู่ในเรือนไม้ตอนนี้จริงๆ แล้วไม่ใช่จ้าวหลาน
“ข้าก็ง่วงแล้วเช่นกัน อีกอย่างข้าก็ไม่มีอะไรอยากพูดกับพวกเจ้าด้วย พวกเจ้าไปเถอะ” ไป๋จื่อกล่าว
หญิงชราอดทนไม่พูดจามาโดยตลอด จนในที่สุดนางก็ทนไม่ไหว “ไป๋จื่อ มีเด็กที่ไหนปฏิบัติกับผู้ใหญ่เช่นเจ้าบ้าง ผู้ใหญ่มาหา ไม่เชิญเข้าไปดื่มชาตามมารยาทก็ช่างเถิด แต่แม้กระทั่งประตูก็ไม่เปิด แม่เจ้าสอนมาอย่างไรกัน ปกติแม่เจ้าสั่งสอนเจ้าเช่นนี้หรือ”
ไป๋จื่อยังคงนอนอยู่บนเตียง ไม่คิดจะลุกขึ้นโดยสิ้นเชิง มุมปากของนางยกยิ้มเยาะเย้ย “ถูกต้อง ปกติท่านแม่ข้าสั่งสอนข้าเช่นนี้ จะปฏิบัติตัวกับใครต้องจริงใจ จะรู้จักกับใครต้องชัดแจ้ง ใครเคารพกับข้าหนึ่งฉื่อ ข้าจะให้กลับคืนไปหนึ่งจั้ง ใครดีกับข้าหนึ่งส่วน ข้าจะดีกลับคืนสิบส่วน หากเป็นคนที่ทำไม่ดีกับข้า แม้จะไม่อาจคืนความไม่ดีกลับไปสิบส่วนได้ แต่ข้าไม่มีทางทำความเคารพกลับไปแน่นอน”
ครั้นได้ยินดังนั้น หญิงชราพลันโกรธจนตัวสั่น ฝีปากของไป๋จื่อผู้นี้ ช่างร้ายกาจขึ้นทุกวันเสียจริงๆ เหตุใดเมื่อก่อนไม่เคยรู้สึกเลยว่านางมีความสามารถเช่นนี้ด้วย
หลิวซื่อกล่าวเสียงแหลม “ไป๋จื่อ เจ้าช่างเลี้ยงไม่เชื่องนัก เจ้าพูดจาเช่นนี้กับท่านย่าของตัวเองได้อย่างไร ยังไม่รีบเปิดประตูขอโทษท่านย่าอีก”
ไป๋จื่