อเกือบจะหัวเราะออกมา “ท่านย่า? ใครเป็นท่านย่าของข้ากัน ข้ากับท่านแม่อยู่ด้วยกันลำพัง บัดนี้ในบ้านของข้าไม่มีตำแหน่งย่า พวกเจ้ามาหาคนผิดบ้านกระมัง”
หญิงชราพูดเสียงทุ้ม “เจ้าจะไม่เปิดประตูใช่หรือไม่ หากยังไม่เปิดอีก ข้าจะพังเข้าไป”
จู่ๆ ไป๋จื่อก็ลุกขึ้นนั่ง สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นสามส่วน “พวกเจ้าต้องการพังก็พังเถอะ ถึงอย่างไรพวกเจ้าสกุลไป๋ก็มีเงิน หากทำลายเรือนพังเสียหาย พวกเจ้าก็ต้องจ่ายเงินชดเชย ขอเพียงคิดให้ดีก่อน ก็เชิญลงมือได้ตามใจชอบ”
เมื่อได้ยินคำว่าเงินชดเชย มือที่กำลังทุบประตูของหญิงชราก็อ่อนลง ไม่กล้าออกแรงทุบอีก ด้วยกลัวว่าหากไม่ระวังทำให้ประตูเสียหายเข้า ถึงตอนนั้นนางจะต้องจ่ายเงินชดเชย…หากเป็นเมื่อก่อน นางไม่มีทางกลัวคำขู่เข็ญเช่นนี้ แต่วันนี้ไม่เหมือนกันแล้ว นางเด็กเจ้าเล่ห์ไป๋จื่อรู้จักมักคุ้นกับใต้เท้าตัดสินคดีของศาลาว่าการ ถ้าเด็กสาวเชิญใต้เท้าเมิ่งมา กระดูกแก่ๆ ทั้งร่างของนางนี้คงต้องเดินต่อไปไม่ไหวแน่นอน
หญิงชราไม่ทุบประตูต่อแล้วเช่นกัน เสียงก็อ่อนลงหลายส่วน นางกล่าวกับไป๋จื่อที่อยู่ในเรือนว่า “จื่อยาโถว วันนี้ท่านลุงใหญ่ของเจ้าพบโจรปล้น ถูกทุบตีเสียยกหนึ่ง เงินติดตัวก็ถูกโจรปล้นไปด้วย ได้รับบาดเจ็บสาหัสนัก ในบ้านข้าไม่มีเงินเชิญหมอมารักษาก็ช่าง ทว่าแม้แต่ข้าวก้นหม้อก็ไม่เหลือ จื่อยาโถว เรื่องนี้เจ้าจะทำเป็นไม่สนใจไม่ได้”
ไป๋จื่อแค่นหัวเราะเสียงเย็น “เหตุใดข้าจะไม่สนใจ