นกล่าวด้วยความโมโห “ติดเงินไม่คืน ในสายตาเจ้ายังมีกฎหมายอยู่หรือไม่”
หญิงชราคุกเข่าลงตรงหน้าเจ้าหน้าที่ดัง ‘ปั้ก’ “ข้าเพียงเลอะเลือนไปชั่วขณะ อย่าจับข้าเลยนะเจ้าคะ พวกท่านอย่าจับข้า ข้าจะหาเงินมาคืนอย่างแน่นอน”
เจ้าหน้าที่เหล่มองลู่จ่างชุน ราวกับกำลังขอความเห็นของเขา
ลู่จ่างชุนพยักหน้าให้เขา “เช่นนั้นก็ให้โอกาสนางอีกสักครั้งขอรับ”
เจ้าหน้าที่วัยกลางคนหันไปมองหญิงชราและหลิวซื่อที่คุกเข่าอยู่บนพื้น พลางกล่าวเสียงแข็ง “ข้ากำหนดเวลาให้พวกเจ้าวามวัน ภายในสามวันนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องคืนหกตำลึงเงินให้กับหมอลู่ ไม่เช่นนั้นข้าจะนำบ้านของพวกเจ้ามาชดใช้หนี้แทน”
อะไรนะ นำบ้านของนางมาชดใช้หนี้?
หญิงชราโมโหจนแทบจะเป็นลมไป แม้แต่ลู่จ่างชุนและเจ้าหน้าที่สองคนก็ไม่รู้ว่าจากไปตั้งแต่เมื่อใด
“ท่านแม่ ตอนนี้จะทำอย่างไรดีเจ้าคะ พวกเขาจะนำบ้านของพวกเราไปชดใช้หนี้ หากพวกเขานำบ้านของพวกเราไปจริงๆ เช่นนั้นหลังจากนี้พวกเราจะไปอยู่ที่ใด” หลิวซื่อลนลานโดยสิ้นเชิง เจ้าหน้าที่สองคนเมื่อครู่นี้ พวกเขาไม่เหมือนกำลังพูดเล่นเลย
จางซื่อก็ทำหน้าดำคร่ำเคร่งเช่นกัน ถึงสกุลไป๋จะไม่ดีอย่างไร แต่อย่างน้อยก็มีที่อยู่อาศัย ยังไม่ถึงขั้นหิวตาย แต่หากแม้แต่บ้านก็ไม่มีอยู่ เช่นนั้นครอบครัวของนางจะทำอย่างไร
สายตาของนางมองไปยังเชือกสีแดงบนคอของแม่สามี เจ้ารองเคยบอกกับนางว่า บนคอของหญิงชราห้อยพู่หยกไว้ชิ้นหนึ่ง เป็นสิ่งของที่หาเ